เมืองชางอู๋ยามพลบค ่า อุณหภูมิลดลงถึงอุณหภูมิที่ต ่ามาก หิมะตกหนัก ชาวบ้านในเมืองชางอู๋ต่างก็ไม่กล้าออกนอกบ้าน ด้วยกลัวว่าความหนาวเย็นจะทำให้ร่างกายเจ็บป่วยเยี่ยนเสี่ยวเป่าที่ตื่นขึ้นมากลับรู้สึกตื่นเต้น พยายามไขว่คว้าอากาศเพื่อให้เยี่ยนอวี๋อุ้มเขาออกไปเดินเล่น “อ้ะเนะเนะ! อ้ะเนะเนะ…”เยี่ยนจื่อเสาที่ไม่เข้าใจภาษาเด็กก็มองอย่างแปลกใจ “น้องเล็กนั่นเขาจะทำอะไรน่ะ”“อยากออกไปเล่นข้างนอกน่ะ” เยี่ยนอวี๋บีบแก้มนุ่มๆ ของลูกเบาๆ รู้สึกเหมือนได้บีบผิวด้านนอกของซาลาเปาอันนุ่มนิ่มอย่างไรอย่างนั้น หากใช้แรงบีบมากเกินไปอาจทำให้ไส้ซาลาเปาทะลักออกมาได้เยี่ยนเสี่ยวเป่าผู้ซึ่งดีใจที่มารดาทายใจตัวเองได้ถูกต้อง ดวงตาใสแป๋วนั้นเปล่งประกายระยิบระยับ “เนะ!” ใช่! ใช่แล้ว ท่านท่านแม่คนงามรู้ใจข้าที่สุดเลย!เยี่ยนจื่อเสาไม่เคยเห็นเด็กที่เพิ่งจะมีอายุครบเดือนมีชีวิตชีวาเช่นนี้! ฉลาดปราดเปรื่องเช่นนี้! จึงพูดออกมาอย่างอดใจไม่ไหวว่า“ให้ข้าเป็นคนอุ้มพาเขาออกไปเถิด”“อากาศหนาวเกินไปเจ้าค่ะ” เยี่ยนอวี๋ไม่เห็นด้วย
“อ้ะเนะเนะ!” เหมือนเยี่ยนเสี่ยวเป่าจะบอกว่า ‘ข้าไม่กลัว ข้าไม่กลัว!’“พี่รองจะดูแลเขาเอง เจ้าอย่าได้ห่วงเลย” เยี่ยนจื่อเสาแทบอดใจรอที่จะกอดเจ้าตัวน้อยไม่ไหวเยี่ยนอวี๋ยังคงไม่เห็นด้วย “ตอนนี้ท่านยังใช้กำลังภายในไม่ได้ ให้เม่ยเอ๋อร์อุ้มเถิดเจ้าค่ะ”“เนะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าเริ่มรู้สึกน้อยใจ มิใช่ว่าเขาไม่ชอบเม่ยเ