กู้หยวนเหิงไม่คาดคิดว่าอินหลิวเฟิงจะถามถึงเค้าเงื่อนของต้าซือมิ่งของราชสำนักกับเขา จึงตกตะลึงกับคำถามอยู่ชั่วขณะ แต่แล้วไม่นานก็ตอบกลับ “ข้าน้อยไม่เคยทราบข่าวนี้มาก่อนขอรับ และ…”กู้หยวนเหิงชะงัก กล่าวออกมาอย่างเสียมิได้ว่า “บุคคลสำคัญเช่นต้าซือมิ่ง จะมาเขตชางอู๋ได้อย่างไร” จากทั้งหมดเจ็ดสำนักในต้าซย่า สำนักชางอู๋เป็นสำนักที่เกือบจะอยู่ลำดับสุดท้าย ซ ้าร้ายยังตั้งอยู่บนชายแดนทิศตะวันออกเฉียงใต้ของต้าซย่า อยู่ห่างไกลเมืองหลวงนัก“อาจเป็นเช่นนั้นก็ได้” อินหลิวเฟิงเองก็ทราบดีว่าตามหลักแล้วต้าซือมิ่งของราชสำนักผู้ลึกลับท่านนั้นไม่น่าจะมาเขตชางอู๋ แต่เขาได้รับข้อมูลคล้ายว่าจะเป็นเช่นนั้น เพียงแต่เขาสืบหามาโดยตลอด กลับไม่พบร่องรอยใดๆ ดังนั้นเขาจึงลองเสี่ยงถามดู“ซวงเสวียนจวินมีเรื่องสำคัญจึงตามหาต้าซือมิ่งหรือ” กู้หยวนเหิงถามอีกครั้ง“ไม่ผิด” อินหลิวเฟิงยอมรับอย่างตรงไปตรงมา “หลายปีมานี้เมืองโยวตูของข้าเกิดอุทกภัยรุนแรงเป็นพิเศษ นักพรตยังทำนายว่าปีหน้าจะเกิดอุทกภัยร้ายแรงกว่านี้มากนัก จึงต้องการเชิญต้าซือมิ่งออกมาจากสถานที่เก็บตัว เพื่อบรรเทาภัยพิบัติให้กับเมืองโยวตูของเรา”
“เรื่องของปีหน้ายังไม่นับเป็นเรื่องเร่งด่วนอะไร เมื่อถึงช่วงฤดูตระเตรียมดินสำหรับเพาะปลูก ต้าซือมิ่งย่อมต้องปรากฏตัวขึ้นในราชสำนักเป็นแน่ เมื่อวาระนั้นมาถึงซวงเสวียนจวินท่านค่อยไปขอร้องอีกครั้งเถิดขอรับ” กู้หยวนเหิงกล่าวแ