นะนำ“แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่นักพรตทุกคนต่างบอกว่าเหตุอุทกภัยในปีหน้านั้นน่าหวั่นวิตกมากนัก จึงต้องการเชิญต้าซือมิ่งมาตรวจดวงชะตาเสียก่อน เกรงว่าจะเป็นภัยลุกลามไปถึงตี้ชิว” อินหลิวเฟิงถอนหายใจอย่างเคร่งขรึมสีหน้าของกู้หยวนเหิงก็เริ่มเคร่งเครียดขึ้น “ถึงกับลุกลามไปถึงตี้ชิวเชียวหรือ” พระราชวังสร้างขึ้นที่ตี้ชิว จึงกล่าวได้ว่าความพินาศนี้จะไปถึงพระราชวัง!? นี่มัน… “ถ้าเช่นนั้นก็จัดการยากจริงๆ ต้องรีบไปรายงานเรื่องนี้ให้ต้าซือมิ่งทราบด่วน องค์จักรพรรดิทรงทราบเรื่องนี้หรือยังขอรับ?”“ท่านพ่อข้าได้ชี้แจงขึ้นไปแล้ว แต่…” ข้อความต่อจากนั้นอินหลิวเฟิงไม่ได้พูดต่อกู้หยวนเหิงเข้าใจความหมายอันลึกซึ้งแล้ว เหล่าขุนนางต่างรู้ดีแม้ว่าองค์จักรพรรดิองค์ปัจจุบันจะทรงพระปรีชาสามารถ และมีพรสวรรค์เป็นเลิศ ทว่าค่อนข้างอวดตนว่าเป็นคนวิเศษ ครั้งหนึ่งเคยล่วงเกินต้าซือมิ่ง เป็นเหตุให้ต้าซือมิ่งถึงกับสะบัดแขนเสื้อเดินออกจากงานเลี้ยงในวังหลวง จากนั้นก็ไม่สนใจไยดีราชสำนักอีกเลย
แน่นอนว่าสิ่งที่ขุนนางจดจำได้มากที่สุดเกี่ยวกับเรื่องนี้คือ องค์จักรพรรดิไม่ได้พยายาม ‘เหนี่ยวรั้ง’ ต้าซือมิ่งไว้ กระทั่งคิดจะฉวยโอกาสนี้ยึดอำนาจที่ต้าซือมิ่งถือครอง หากแต่…องค์จักรพรรดิล้มเหลว!จักรพรรดิหยวนคังได้ส่งกองกำลังอันแข็งแกร่งสูงสุดของราชสำนักออกไป ทว่าหาได้สัมผัสแม้กระทั่งชายเสื้อของต้าซือมิ่งผู้นั้นไม่…นับแต่นั้นความสัมพันธ์ระห