คิดไว้เสียอีก” ยังไม่ฉลาดเท่าเสี่ยวเป่าเลย โง่เขลาเหมือนกับเสี่ยวเป่าตอนที่ยังไม่ได้เปิดทวารอย่างไรอย่างนั้น“…” อินหลิวเฟิงจำไม่ได้แล้วว่าวันนี้เขาสะอึกจนพูดไม่ออกไปกี่หนแล้ว เขาจำต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ที่สำคัญคือแม่นางช่างแตกต่างจากข่าวลือไปโดยสิ้นเชิง ข้าน้อยปรับตัวไม่ทัน”“ผู้เข้าครอบครองก่อนย่อมได้เปรียบเป็นเจ้าของก่อน มิใช่ผู้สืบทอดของวิหคทมิฬ” เยี่ยนอวี๋ส่ายศีรษะเล็กน้อย ถึงแม้กองกำลังวิหคทมิฬในบังคับบัญชาของนางจะไม่นับว่าแข็งแกร่งอะไรมากนัก แต่ก็มีไหวพริบ สายตากว้างไกล ฉลาดและรอบรู้เป็นพหูสูตเช่นกัน
ส่วนลูกหลานของวิหคทมิฬที่อยู่ตรงหน้านี้ออกจะโง่เขลาไปเสียหน่อย…โชคดีที่อินหลิวเฟิงผู้ถูก ‘แขวะซึ่งๆ หน้า’ ปรับตัวเข้ากับ‘บทบาท’ ได้อย่างรวดเร็วและพูดว่า “คำถามข้อแรก อันที่จริงข้าน้อยอยากได้ข้อมูลจากแม่นางจริงๆ ข้าอยากรู้ว่า หัตถ์แห่งเทพกสิกรรมของแม่นางได้มาแต่ใด”เห็นชัดว่านี่เป็นสิ่งที่อินหลิวเฟิงพิศวงสงสัยที่สุด! และเขารู้สึกว่าการคุยกับแม่นางที่อยู่ตรงหน้านี้ ควรใช้การพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาจึงจะเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุด แต่ทว่า…เยี่ยนอวี๋กลับแสดงเจตจำนงอย่างตรงไปตรงมาและเปิดเผยมากกว่า! “นำภาพกลควบคุมของเจ้ามาให้ข้า แล้วข้าจะบอกเคล็ดพิสดารของหัตถ์แห่งเทพกสิกรรมให้กับเจ้า”“…เอ๋?” อินหลิวเฟิงงุนงงไปหมด แต่ว่าคราวนี้เขาพูดโต้ตอบได้อย่างรวดเร็ว “แม้ว่าข้าจะต้องการเ