คล็ดพิสดารมากเพียงใด แต่ข้าก็มิอาจส่งภาพกลควบคุมให้ท่านได้จริงๆ มันคือความลับสุดยอดของตระกูลของข้า ภาพนี้อยู่ในมือของท่านพ่อข้า ต้องรอให้ข้าสืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลเสียก่อน ถึงจะได้มัน”“เจ้ามิต้องนำภาพมาให้ข้า เจ้าแค่ยอมรับและทำตามที่ข้าบอกก็พอ” เยี่ยนอวี๋อธิบาย
“หืม? อ้อ” อินหลิวเฟิงถามอย่างสงสัยอีกว่า “ท่านจะให้ข้าทำอะไร”“นอนลง”“ห้ะ?” อินหลิวเฟิงหดคออย่างช้าๆ และชั่วขณะนั้น เขาก็สงสัยว่าท่าทีที่แม่นางคนนี้แสดงออกมาว่าไม่สนใจต่อรูปลักษณ์ของเขานั้นอาจจะไม่ใช่ความจริง!“ข้าจะกระตุ้นกลควบคุมนี้ให้เปิดเผยและจดจำไว้ในความทรงจำในระหว่างนั้น ห้ามเจ้าขัดขืนเป็นอันขาด มิฉะนั้นมันจะย้อนกลับมาทำร้ายเจ้า” เยี่ยนอวี๋กล่าว“อ้อ…” อินหลิวเฟิงรู้สึกแปลกๆ และรู้สึกผิดหวังเล็กๆ นางมองไม่เห็นความหล่อเหลาของเขาแม้เพียงสักนิดเลยหรือ“แต่วันนี้พลังปราณของข้าใช้ไม่ได้ พรุ่งนี้เช้าเจ้าค่อยกลับมาใหม่” แม้ว่าเยี่ยนอวี๋อยากลงมือทำในเวลานี้มากเพียงใด จะได้รีบช่วยบรรเทาความเจ็บปวดให้เยี่ยนจื่อเสา ทว่าวันนี้นางใช้พลังปราณมากเกินไปแล้วจริงๆ“อื้ม” อินหลิวเฟิงแตะหน้าผาก จู่ๆ ก็เอ่ยขึ้นอย่างจนปัญญาว่า“แม่นาง ทำไมเวลาข้าอยู่กับท่านถึงได้มีความรู้สึกเหมือนตอนที่ข้าอยู่ต่อหน้าท่านแม่เลย ไม่รู้จริงๆ ว่าควรพูดอย่างไรดี”“อืม” เยี่ยนอวี๋พยักหน้า เมื่อนับตามลำดับอาวุโสแล้ว นางก็เป็นบรรพบุรุษของคนคนนี้เช่นกัน
อินหลิวเฟิงตกตะล