ึงอีกครั้ง แต่ก็หัวเราะตามมา “ท่านอยากเป็นแม่ของข้าจริงหรือ”“อะเนะเนะ!” เจ้าตัวน้อยที่หลับไปแล้ว จู่ๆ ก็ลืมตาขึ้นร้อง ราวกับจะประท้วงว่า ‘เจ้าอย่าหวังเชียว!’พรืด! เยี่ยนอวี๋ขำพรืด “ข้าเป็นแม่ของเจ้าไม่ได้หรอก ข้าเป็นแม่ของเสี่ยวเป่าอยู่แล้ว”อินหลิวเฟิงยิ้มตาม “ข้าคิดว่าข้าพอจะรู้วิธีคบค้าสมาคมกับท่านแล้ว เยี่ยนจื่ออวี๋ ท่านแตกต่างจากข่าวลือมากจริงๆ”รักลูกถึงขั้นคลั่ง การรับรู้เฉียบคม ทักษะทางการแพทย์ล ้าเลิศวิถีโอสถเหนือชั้น เยือกเย็นเฉียบแหลม สายตากว้างไกล สิ่งเหล่านี้ถึงจะเป็นตัวตนที่แท้จริงของเยี่ยนจื่ออวี๋ผู้เป็นคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลเยี่ยนของสำนักชางอู๋อินหลิวเฟิงรู้สึกว่าการที่เขาเดินทางมาชางอู๋คราวนี้ ได้พบกับเยี่ยนจื่ออวี๋และได้ทำความรู้จักกับนางนั้นเป็นสิ่งที่คุ้มค่าแล้ว ส่วนเรื่องอื่นเป็นเพียงการเพิ่มพูนสิ่งที่คุ้มค่าอยู่แล้วให้ดีขึ้นไปอีกเท่านั้น“ส่วนเรื่องการสู่ขอที่ข้าบุ่มบ่ามเอ่ยออกไปก่อนหน้านี้ แม่นางอย่าได้ใส่ใจนัก ข้าคิดว่าท่านก็คงทราบดีว่านั่นเป็นเพราะสถานการณ์บีบบังคับให้ต้องพูดเช่นนั้น บุคคลสำคัญอย่างแม่นางคิดว่าราชสำนักไม่ควรค่าพอสำหรับท่าน” อินหลิวเฟิงพูดอย่างชัดเจน
เพียงคำพูดนี้ที่เขาเอ่ยออกมา ทำให้เยี่ยนชิงที่เงียบมาตลอดได้ปริปากพูดด้วยความไม่พอใจ “ในเมื่อสถานการณ์บีบบังคับ ไยเจ้าถึงไม่กล่าวชื่นชมก็เพียงพอ เหตุใดจึงต้องเอ่ยถึงเรื่องการสู่ขอด้วยทำเช่นนี้เหมือนเ