ป็นการทำให้อวี๋เอ๋อร์ของข้าต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงมิใช่หรือ!”“…เป็นข้าน้อยที่ล่วงเกินไป” อินหลิวเฟิงจนปัญญา“เจ้ารู้เช่นนั้นก็ดีแล้ว และเรื่องส่วนตัวที่เจ้าจะคุยกับอวี๋เอ๋อร์นั้นต่อไปไม่ต้องไปคุยกับอวี๋เอ๋อร์ คุยกับข้าก็เป็นพอ” เยี่ยนชิงพูดขึ้นอีกเขายังรู้สึกว่าซวงเสวียนจวินผู้นี้มีเจตนาที่ไม่ดีนัก“หรือจะมาหาข้าน้อยก็ได้” เยี่ยนจื่อเสาที่อยู่ข้างๆ ก็พูดคล้อยตาม “บางทีท่านซวงเสวียนจวินอาจจะรู้สึกว่าไม่สำคัญ การที่ท่านมาสู่ขออาจเป็นเกียรติสำหรับสตรีหลายนาง แต่สำหรับน้องสาวของข้าน้อยนั้น ไม่เหมือนกัน ข้าน้อยหวังว่าท่านจะเข้าใจ”“…ข้าน้อยล่วงเกินแล้ว” อินหลิวเฟิงรู้สึกอับอายจนเหงื่อตก คิดในใจว่าภายหน้าหากต้องการจะสนทนากับสตรีที่น่าสนใจผู้นี้ อาจต้องพูดคุยเหมือน ‘การพิจารณาไต่สวนคดีจากเจ้ากรมทั้งสามกระทรวง’“ซวงเสวียนจวินกล่าวเกินไปแล้ว” เมื่อเยี่ยนชิงเห็นว่านายน้อยรู้จักปรับตัวให้เหมาะสมเช่นนี้ จึงไม่อยากทำให้ลำบากใจ “ถ้าเช่นนั้นท่านจะพักอยู่ที่สำนักชางอู๋ หรือว่าจะหาที่พักเองด้านนอกล่ะ”
“ข้าน้อยขอตัวลาก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่” แม้ว่าจะรู้สึกทึ่งกับเยี่ยนจื่ออวี๋มาก แต่อินหลิวเฟิงก็ไม่ได้รีบร้อนแต่อย่างใด และอันที่จริงเขาก็มีเรื่องอื่นที่ต้องจัดการด้วย“อะเนะเนะ…” เจ้าตัวน้อยมีความสุขมาก ดูเหมือนจะพึมพำออกมาหลายคำ ครั้นแล้วก็หลับตานอนต่อ วันนี้เขานอนน้อยมาก ง่วงจะตายอยู่แล้วอินหลิวเฟิ