สามปีมานี้ เฉาหมิงเฉิงในฐานะที่เป็นขันทีคัดเลือกหญิงงามได้พบเห็นหญิงงามนับไม่ถ้วน ในหมู่สตรีเหล่านั้นย่อมมีหญิงงามประเสริฐเลิศล ้า ความงดงามของพวกนางถึงกับเปรียบเปรยได้ดั่งมัจฉาจมวารี ปักษีตกนภา จันทร์หลบโฉมสุดา มวลผกาละอายนาง[1]แต่ความงามของพวกนาง กลับไม่มีผู้ใดงามเท่าเสี้ยวหนึ่งของหญิงสาวตรงหน้าเลย! ไม่มีแม้เพียงเศษเสี้ยว หากมีก็อาจจะเทียบเคียงได้เพียงครึ่งเศษเท่านั้นเฉาหมิงเฉิงอดถามขึ้นไม่ได้ว่า “ท่านนี้คือคุณหนูเยี่ยนชิงถังหรือ” ไม่เหมือนเลยนี่ เขาเคยดูภาพวาดของเยี่ยนชิงถัง แม้จะสวยเหมือนกัน กลับพอถูไถให้สวยเพียงเศษหนึ่งของคนตรงหน้าได้ แต่ก็ถือว่าล ้าเลิศมากแล้ว มิเช่นนั้นเขาคงไม่มาถึงที่หรอกหรือว่าฝีมือนักวาดแย่เกินไป จึงวาดได้เพียงเศษหนึ่งของความงามของเยี่ยนชิงถังเท่านั้นนี่ก็น่าจะเป็นไปไม่ได้ในเมื่อหญิงสาวผู้นี้งดงามนัก เกรงว่าไม่ว่านักวาดจะมีฝีมือชั้นยอดเพียงใด ก็คงไม่วาดความสวยเพียงครึ่งหนึ่งของนางลงบนกระดาษทว่า…
เฉาหมิงเฉิง ขันทีคัดเลือกหญิงงามกลับไม่รู้ว่า สตรีวิไลตรงหน้าท่านนี้ มิใช่เยี่ยนชิงถัง หากแต่คือผู้อื่นผู้อาวุโสเก้ารีบอธิบายอย่างรู้ทันปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นว่า “ใต้เท้าเฉาเข้าใจผิดแล้ว นังหนูชิงถังนั่นไม่บุ่มบ่ามเลินเล่อเช่นนี้หรอก”“อะไรนะ” เฉาหมิงเฉิงชะงัก “แต่ข้ามิเห็นสำนักชางอู๋เสนอชื่อผู้สมัครรายอื่น”“เอ่อ…” ผู้อาวุโสเก้าทำท่าจะใส่ร้ายเยี่ยนชิงและเยี่ยนอวี๋