ทันทีแต่เยี่ยนชิงไม่รอให้เขามีโอกาสพูด ก็ชิงพูดก่อนว่า “ใต้เท้าเฉาท่านมิรู้ว่าลูกสาวที่รักของข้าไร้พลังแต่กำเนิด แม้มีใบหน้างดงามไร้ที่ติ แต่ข้าก็มิบังอาจเสนอชื่อนาง บัดนี้นางเป็นสตรีสมรสแล้ว ย่อมมิอาจต้องตาจักรพรรดิเบื้องบนได้”ผู้อาวุโสเก้าปิดปากลง แม้เขาอยากจะบิดเบือนความจริงของสองพ่อลูกคู่นี้อย่างไร แต่เขาก็ไม่อยากให้ขันทีคัดเลือกหญิงงามให้ความสำคัญกับเยี่ยนอวี๋มากเกินไปเพรากลัวว่าแผนจะเปลี่ยนแปลงแต่แล้ว เยี่ยนอวี๋ผู้เป็นตัวแปรสำคัญของแผนการ ก็พูดขึ้นว่า“เม่ยเอ๋อร์ เราออกไปเดินเล่นกัน” นางเห็นแล้วว่าผู้ดูแลอาวุโสของหอสำนักกำลังร้อนใจ นางจึงรู้ว่าพี่รองท่านนั้นที่ยังไม่เคยพบหน้าเกิดเรื่องแล้ว“เจ้า…” ผู้อาวุโสเก้าย่อมไม่ยอมปล่อยให้เยี่ยนอวี๋และสาวใช้ชุดดำจากไป เขาจึงเข้ามาขัดขวาง
แต่เยี่ยนอวี๋กลับพูดขึ้นกับขันทีคัดเลือกหญิงงามว่า “ใต้เท้า ข้าไม่รบกวนท่านแล้ว”“ไปเถิด ไปเถิด” เฉาหมิงเฉิงโบกมือให้เล็กน้อย เหตุใดจึงไม่ให้ไปเล่า คนพูดงดงามเช่นนี้ นางพูดอะไรย่อมดีไปเสียหมด น่าเสียดายที่ไร้พลังแต่กำเนิด และยังมีลูกแล้ว น่าเสียดาย…ช่างน่าเสียดายจริงๆ!เฉาหมิงเฉิงรู้สึกว่า หากไม่ใช่เพราะจุดด้อยสองข้อใหญ่นี้ หากหญิงงามเช่นนี้ได้เข้าวัง ย่อมเป็นหัวแก้วหัวแหวนของฮ่องเต้! และอาจจะถูกแต่งตั้งให้เป็นฮองเฮาทันที!งดงามนัก!งามจริงๆ!งามจนมิสามารถบรรยายได้…
เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้อาวุโสเก้าจะพูดอะไรได้อี