ก เขาพูดสิ่งใดไม่ได้เลย ทั้งยังไม่สามารถขัดขวางเยี่ยนอวี๋และสาวใช้ได้ เขาจึงทำได้เพียงมองสองคนนั้นชิ่งหนีไปต่อหน้าต่อตา“คุณหนูใหญ่ ท่านจะไปที่ใดหรือเจ้าคะ” เม่ยเอ๋อร์ถามขึ้นทันทีหลังจากออกจากหอเจ้าสำนัก
อันที่จริงเยี่ยนอวี๋ไม่รู้ว่าตอนนี้เยี่ยนจื่อเสาอยู่ที่ใดในเมือง นางหลับตาลงใช้พลังจิตครู่หนึ่ง พลันมองไปทางเมืองทิศตะวันตกของเมืองชางอู๋ “ไปที่นั่น”นางสัมผัสได้ว่า ที่นั่นมีพลังของมนุษย์วานรหวาไหวอยู่ ถึงแม้จะอ่อนมาก แต่บรรพบุรุษของมนุษย์วานรหวาไหวเคยอยู่ใต้อำนาจของนางมาก่อน นางจึงคุ้นเคยอย่างยิ่งเมื่อคิดถึงมนุษย์วานรหวาไหว ภาพความทรงจำอดีตก็ปรากฏขึ้นเป็นประกายวาบผ่านดวงตาอันสวยงามของนาง ตอนนี้นางรู้ว่าหากคำนวณตามเวลาของสวรรค์เก้าชั้นฟ้าแล้ว นางจุติมาเกิดสามหมื่นปีแล้ว เซ่าเฮ่า[2] ตี้จวิ้น [3] จิ่วเฟิ่ง ซีหวังหมู่[4] เฉิงหวง… พวกเขาคงยอมรับ ‘ความจริง’ ได้แล้วเยี่ยนอวี๋รู้ว่าการจุติของนางนั้นแปลกประหลาด ลูกน้องที่อยู่ภายใต้การปกครองในตอนนั้น แรกๆ ย่อมมิสามารถยอมรับความจริงได้ แต่ผ่านไปสามหมื่นปีแล้ว พวกเขาน่าจะยอมรับความจริงได้แล้ว“แต่จิ่วเฟิ่ง ซีหวังหมู่ ซูซูน้อย…พวกเขามีนิสัยดื้อดึงนัก เกรงว่าจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่เชื่อว่าข้าจุติแล้ว” เยี่ยนอวี๋ครุ่นคิดพลางรู้สึกอยากจะไปดูทายาทรุ่นหลังของมนุษย์วานรหวาไหวน้อยแล้วในขณะที่เยี่ยนจื่อเสาเจ็บปวดจนไร้ซึ่งเสียงร้อง ขนแผงคอสัตว์บนตัวก็เกือบจะ