งัก เขาไม่ได้คิดถึงความเป็นไปได้ที่จะทำเช่นนี้ สายตาของเขายังคงมองไปที่ศิษย์หอเจ้าสำนักด้วยสัญชาตญาณ และพูดขึ้นว่า “เกรงว่าความสะใจเช่นนี้ คงจะมิสามารถบรรลุได้”“ไม่แน่” เยี่ยนฉี่ซานพูดแล้วก็ยื่นมือเข้าไปในรถคุมนักโทษทันที!ศิษย์ของหอเจ้าสำนักสองสามนายยังไม่ทันตั้งสติได้ เยี่ยนจื่อเสาก็ร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด ในมือของเยี่ยนฉี่ซานก็จับขนสัตว์แผงหนึ่งที่ติดเนื้อหนังพร้อมเลือดออกมาราวกับกรงเล็บวิหคอินทรีบาดแผลเหวอะปรากฏขึ้นบริเวณศีรษะจนถึงหลังของเยี่ยนจื่อเสา เยี่ยนฉี่ซานตั้งใจถอนแผงคอสัตว์ที่งอกออกมาอย่างผิดปกติพร้อมเนื้อหนังของเยี่ยนจื่อเสาออกมาด้วยภาพโหดร้ายเช่นนี้ ทำเอาฝูงชนที่มุงดูไม่น้อยต่างตกใจ นั่นไม่ต่างจากการลอกหนังและหั่นเนื้อเป็นๆ เลย เป็นความโหดร้ายที่คนปกติไม่สามารถทำได้
ทว่า มีคนในฝูงชนคนหนึ่งกลับร้องตะลึงราวกับคิดอะไรได้ว่า“เขาว่ากันว่าขนของมนุษย์วานรหวาไหวมีอานุภาพเกรียงไกร เป็นวัสดุหลอมอาวุธชั้นยอด”“นี่มัน…”สายตาของผู้ฝึกฝนส่วนหนึ่งที่มองไปทางเยี่ยนจื่อเสา พลันเป็นประกายด้วยความโลภ! ในเมื่อมนุษย์วานรหวาไหวคือสัตว์ร้ายที่ผู้คนต้องจัดการ เช่นนี้หากพวกเขาทึ้งขนสักสองสามเส้น ก็คงไม่เป็นอะไรหรอกและในขณะที่พวกเขาคิดเช่นนี้นั้น เยี่ยนฉี่ซานก็เอ่ย “ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ไม่ว่าผู้ใดก็สามารถทึ้งแผงคอสัตว์ของสัตว์ชั่วร้ายตัวนี้ได้ข้ารับรองว่า พวกเจ้าจะไม่ถูกโจมตีใดๆ”เกิดความ