แม้เจ้าสำนักเยี่ยนจะเป็นเจ้าสำนัก แต่เขาก็เป็นบิดาคนหนึ่งเหมือนกันและยังเป็นบิดาที่รักลูกสาวมากด้วยกู้หยวนเหิงจึงถูกตีเสียเปล่าและยังถูกตราหน้าว่าเป็นชายประเภทได้แล้วทิ้ง เห็นแก่ตัวและไร้คุณธรรม กว่าเขาจะตั้งสติได้ก็สายไปเสียแล้ว“ฮึ่ม!” เยี่ยนชิงกลับยังไม่พอใจนัก สิ่งที่เขาต้องการจริงๆ คือถลกหนังของเขาออกเสีย เป็นแค่สุนัขตัวหนึ่งยังคิดอาจเอื้อมดอกฟ้าเช่นลูกสาวของเขา ฮึ่ม!เมื่อเยี่ยนชิงเห็นบ่าวรับใช้จึงถามขึ้นอย่างละอายใจเล็กน้อยว่า“ชุ่ยชุ่ย เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์พูดจริงหรือว่านางจะไม่แต่งกับเขา” แม้เขาจะไม่ยอมให้เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์แต่งกับไอ้ลูกหมาตัวนี้ก็ตาม! แต่เขากลัวว่าเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์จะยังคงชอบไอ้ลูกหมาตัวนั้น หากเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ไม่สนใจเขาเพราะเรื่องเช่นนี้อีกต่อไปล่ะก็ เขาคง…จู่ๆ เจ้าสำนักเยี่ยนก็รู้สึกลำบากใจน ้าตารื้นขอบตา
ชุ่ยชุ่ยกำลังก้มหน้าก้มตาอย่างนอบน้อม นางจึงไม่เห็น แต่นางตอบอย่างแน่วแน่ว่า “ใช่เจ้าค่ะ! คุณหนูใหญ่บอกแล้วว่าจะไม่แต่งและคุณชายน้อยเองก็ไม่ชอบกู้จ่างสื่อเช่นกันเจ้าค่ะ”“จริงหรือ!” เยี่ยนชิงร้องดีใจ แต่เขายังคงไม่สบายใจจึงเดินมุ่งไปทางเรือนของเยี่ยนอวี๋โดยสัญชาตญาณ ไปดูด้วยตนเองย่อมรู้สึกวางใจมากกว่าเม่ยเอ๋อร์ที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเรือนสังเกตเห็นบิดาของคุณหนูใหญ่กำลังทำตัวลับๆ ล่อๆ อยู่หน้าประตู ท่าทีประหนึ่งโจรขโมยทางเยี่ยนอวี๋…นางก็เห็นแล้วเช่นกันจากนั้นนางก็รู้สึก