“?” ทุกคนชะงักเยี่ยนอวี๋เข้าไปอุ้มสิ่งมีชีวิตตัวน้อยขึ้นมาอีกครั้งแล้วเดินออกมา“ไปกันเถิด”ทุกคน “…”นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน“ไปหอโอสถหรือ” ประมุขแห่งหอสัตว์บรรพกาลเอ่ยถามอย่างมึนงง“เจ้าค่ะ” เยี่ยนอวี๋พยักหน้า นางอยากพาลูกชายออกไปเดินเล่นในเมื่อลูกชอบสำนักชางอู๋เช่นนี้ก็คงอยากออกไปสำรวจดูให้ทั่วสำนัก เยี่ยนอวี๋เดินนำหน้าไปสองสามก้าว แต่เมื่อนางพบว่าไม่มีผู้ใดเดินตามมาและเพิ่งรู้ตัวว่าตนนั้นไม่รู้ทางนางก็หยุดฝีเท้าลงแล้วถามว่า “เหตุใดจึงไม่ไปกันเล่า”“…” ทุกคนอ ้าอึ้ง“ไป ไปสิ!” ประมุขแห่งหอสัตว์บรรพกาลหัวเราะ พลันรู้สึกว่าเหตุใดเขาจึงไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าลูกสาวของท่านเจ้าสำนักผู้นี้ช่างเป็นคนน่าสนใจนัก
ผู้อาวุโสรองตามไปโดยไม่พูดอะไร เช่นนั้นผู้อาวุโสเก้าและเยี่ยนอู้จะพูดสิ่งใดได้เล่า พวกเขาทำได้เพียงอดกลั้นอารมณ์แล้วเดินตามไปแต่ผู้อาวุโสเก้าก็ยังไม่ยอมลดละเขาส่งพลังจิตถามผู้อาวุโสรองว่า “พี่รอง มีหลักฐานมัดตัวแน่นหนาอยู่แล้ว เหตุใดท่านจึงกลับคำเล่า” เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ!อันที่จริงผู้อาวุโสรองไม่อยากตอบ แต่เขาคิดได้ว่าผู้อาวุโสเก้าให้ความสำคัญกับเยี่ยนอู้มากกว่าผู้ใด เขาจึงกล่าวเชิงตักเตือนว่า“เจ้าเคยสังเกตรถม้าของนังหนูอวี๋หรือไม่”“รถม้าหรือ” ผู้อาวุโสเก้างุนงง เขาย่อมไม่ทันสังเกตรถม้าที่ว่านั่น แต่เขาไม่ใช่คนโง่ย่อมรู้ว่ารถม้าคันนั้นมีที่มาไม่ธรรมดาแน่นอนผู้อาวุโสรองใบ้เพียงเท่านี้และไม