่พูดสิ่งใดอีกผู้อาวุโสเก้าก็ไม่ถามไถ่อะไรต่อ เพียงแค่นำ ‘โอกาสทอง’ ที่ถามมาได้ส่งพลังจิตบอกเยี่ยนอู้ต่อ เยี่ยนอู้รู้สึกหนักใจขึ้นมาทันที เขาพยายามคิดถึงรถม้าคันนั้นอย่างใจจดใจจ่อแต่คิดไปคิดมา เยี่ยนอู้ก็ไม่รู้สึกว่ามีอะไรผิดแปลกอยู่ดี รถม้าคันนั้นนอกจากงามวิจิตรตระการตามากแล้วยังมีสิ่งอื่นใดอีกอย่างนั้นหรือ ถึงทำให้ผู้อาวุโสรองต้องพะวง! และหากรถม้าคันนั้นมีที่มาจากสถานใหญ่โตแล้วคนของเขาต้องวางมือเพราะเรื่องนี้อย่างนั้นหรือ…ไม่! ไม่แน่นอน!
เยี่ยนอู้รู้ดีว่าหากยิงธนูออกไปแล้วศรธนูจะไม่หวนคืน…
เยี่ยนอู้และคนอื่นๆ ต่างเก็บงำความสงสัยไว้ในใจ ทุกคนเงียบกันตลอดทางจวบจนมาถึงบริเวณหอโอสถ เยี่ยนอู้จึงเก็บสีหน้าท่าทีไว้เขากวาดตามองเยี่ยนอวี๋อย่างเงียบๆเยี่ยนอวี๋กลับไม่สนใจสิ่งรอบกาย นางเอาแต่มองเด็กน้อยในอ้อมอก นางจับได้ว่าเจ้าตัวน้อยแอบลืมตามาสามครั้งแล้วและทุกครั้งที่สบตานางก็จะทำหน้ามุ่ยแล้วแกล้งหลับไปจนเมื่อตัวน้อยทำเช่นนี้อีกเป็นครั้งที่สี่ เยี่ยนอวี๋ก็โพล่งหัวเราะออกมา “เจ้าเด็กคนนี้ขี้งอนจริงๆ แม่แค่หัวเราะเจ้าหน่อยเดียว เจ้าก็หงุดหงิดแม่เสียแล้ว”“คุณหนูใหญ่…” ชุ่ยชุ่ยอยากจะพูดแต่ก็พูดไม่ออก คุณชายน้อยยังเล็กคงยังไม่รู้จักคิดเล็กคิดน้อย ทว่านางเพิ่งจะเริ่มเกริ่นขึ้น“อุแว้!” เจ้าตัวน้อยก็ลืมตาส่งเสียงร้องขึ้นมาทันที เพื่อบอกว่า‘ไม่ใช่นะ!’ ใบหน้าน้อยหงิกงอ ดูแล้วเหมือนซาลาเปาสีชมพูที่เพิ