งหนูอวี๋อายุยังน้อย ตามหลักแล้วเป็นไปไม่ได้ที่จะสามารถปรุงยาพยัคฆ์แสนวิเศษเช่นนี้ได้ แต่ในโลกของนักปรุงยาไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้ แม้แต่อัจฉริยะก็มิสามารถให้เหตุผลได้ ทุกสิ่งย่อมกระจ่างเมื่อเห็นผล” ผู้อาวุโสรองกล่าวสรุปแม้เยี่ยนอู้ไม่รู้ว่าเหตุใดจู่ๆ ผู้อาวุโสรองจึงผันเปลี่ยนไป แต่ก็รีบตั้งสติแล้วพูดว่า “ผู้อาวุโสรองพูดมีเหตุผล ข้าเองที่ตื้นเขินเกินไปเรื่องใหญ่โตเช่นนี้ย่อมมิชอบมาพากล เช่นนั้นให้ประมุขแห่งหอโอสถเตรียมสมุนไพรแล้วให้จื่ออวี๋ปรุงยาต่อหน้าทุกคน”“ใช่แล้ว!” บรรดาผู้อาวุโสของเยี่ยนอู้ต่างสำทับประมุขแห่งหอโอสถพูดขึ้นว่า “แม้สมุนไพรที่ใช้ปรุงยาพยัคฆ์จะค่อนข้างน้อยและหายาก แต่หอโอสถของข้าก็พอที่จะหาได้สักสิบชุดไม่ทราบว่าเพียงพอหรือไม่”
“จะพอได้อย่างไร ยาระดับนี้ กว่าจะปรุงได้อาจจะล้มเหลวเป็นร้อยครั้ง!” ประมุขแห่งหอสัตว์บรรพกาลรีบพูดขึ้น ถือเป็นการช่วยเยี่ยนอวี๋เผื่อผิดพลั้ง กันไว้ดีกว่าแก้“จ่านเลี่ยงซาน! เจ้าคงเป็นพวกเดียวกับเยี่ยนชิงสินะ!” ผู้อาวุโสเก้าโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงประมุขแห่งหอสัตว์บรรพกาลไม่พอใจ “เหตุใดผู้อาวุโสเก้าถึงพูดเช่นนี้ ข้าเพียงแค่ให้นางได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ อีกอย่างท่านเจ้าสำนักมีความผิดจริงหรือไม่ก็ยังไม่แน่ชัด ท่านใช้คำว่า ‘พวกเดียวกัน’ จะไม่มากไปหน่อยหรือ”“มีหลักฐานอยู่ทนโท่ จะมากไปได้อย่างไรกัน” เยี่ยนอู้โต้กลับและยังคงสู้ด้วยเหตุผลผู้อาวุโสร