องพูดแทรกขึ้นว่า “พอแล้ว เสี่ยวเย่าเจ้ารีบไปเตรียมของซะ อีกประเดี๋ยวย่อมได้รู้แล้วว่านังหนูอวี๋เป็นนักปรุงยาจริงหรือไม่และเยี่ยนชิงยักยอกสมบัติหาผลประโยชน์ใส่ตัวและทำลายชื่อเสียงสำนักจริงหรือไม่”“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้” ประมุขแห่งหอโอสถรับคำสั่งแล้วจากไปสีหน้าเยี่ยนอู้แปรเปลี่ยนเล็กน้อย ถึงแม้เขายังคงเชื่อว่าเยี่ยนจื่ออวี๋จะไม่สามารถปรุงยาพยัคฆ์ได้ แต่เขาก็ฟังน ้าเสียงประหลาดของผู้อาวุโสรองออก
แต่เยี่ยนอู้คิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ เหตุใดผู้อาวุโสรองจู่ๆ ถึงเปลี่ยนฝั่ง ทั้งที่ก่อนจะมาหอเจ้าสำนัก ตาเฒ่าคนนี้ยังสงสัยเยี่ยนชิงอยู่เลยมิใช่หรือ เมื่อครู่นี้ตาเฒ่าคนนี้ยังโมโหอยู่เลยมิใช่หรือเยี่ยนอู้คิดไม่ตดจริงๆ กู้หยวนเหิงที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ข้างๆกลับเห็นรถม้าคันนั้นที่ผู้อาวุโสรองของสำนักชางอู๋เหลือบมองเมื่อครู่นี้“นังหนู ไม่เชิญพวกข้าเข้าไปนั่งหน่อยหรือ” ผู้อาวุโสรองพูดหยั่งเชิงอีกครั้งเยี่ยนอู้เก็บงำความสงสัยไว้เสนอขึ้นว่า “ผู้อาวุโสรอง ในเมื่อจะให้จื่ออวี๋ปรุงยา ถ้าหากปรุงที่นี่คงจะไม่เหมาะ ไปที่หอโอสถดีหรือไม่ทั้งหม้อปรุงยา ไฟและค่ายกลล้วนมีพร้อมจะได้ให้หลานสาวคนนี้ของข้าแสดงฝีมือได้อย่างเต็มที่!”เยี่ยนอู้จงใจเน้นเสียงหนักลงคำพูดประโยคหลัง แววตาผู้อาวุโสเก้าวูบไหวเล็กน้อยแล้วพูดเห็นด้วยว่า “ใช่แล้ว ทั้งหม้อปรุงยา ไฟและค่ายกลล้วนเป็นหัวใจสำคัญของการปรุงยา เมื่อก่อนไม่เคยได้ยินว่านังหนูอวี๋คน