กู้หยวนเหิง “…”รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ จางลง ความอ่อนโยนค่อยๆ สลาย เขามองแม่นางเจิดจรัสดั่งทินกร งดงามกว่าดอกไม้ในช่วงวสันตฤดูตรงหน้าอย่างหมดคำพูดส่วนเยี่ยนอวี๋เอง เมื่อยืนยันว่ากู้หยวนเหิงไม่ใช่พ่อของลูกแล้วนางก็ไม่มองเขาอีกเลย ถึงแม้ว่าในความทรงจำของนางจะมีภาพเกี่ยวกับคนคนนี้ทะลักออกมามากมายก็ตามแต่นางก็ไม่สนใจ“จื่ออวี๋…” กู้หยวนเหิงทนกับความเฉยเมยเช่นนี้มิได้ “จื่ออวี๋เจ้ายัง…” รักข้าอยู่หรือไม่กู้หยวนเหิงกลืนคำพูดหลังจากนั้นที่เกือบหลุดปากถามออกไปจากนั้นก็เปลี่ยนเรื่องพูด “ยาพยัคฆ์ของเจ้าช่างวิเศษนัก”เมื่อก่อน ขอเพียงเขาพูดชมเชยเล็กๆ น้อยๆ เยี่ยนจื่ออวี๋ก็มักจะมอบสิ่งของที่ตนรักและหวงแหนทั้งหมดให้กับเขา ครั้งนี้ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น“คุณหนูใหญ่ ห้ามให้ยาพยัคฆ์นะเจ้าคะ!”กู้หยวนเหิง “…”“คุณหนูใหญ่! ท่านดูสิ คุณชายน้อยชอบสำนักมากเพียงใดหากท่านให้ยาพยัคฆ์ไป ผู้อาวุโสใหญ่และคุณหนูชิงถังต้องไล่ท่าน
และคุณชายน้อยออกจากสำนักแน่เจ้าค่ะ!” ชุ่ยชุ่ยรีบอธิบายราวกับคนรู้ดีกู้หยวนเหิง “…”“คุณหนูใหญ่! ท่านลองคิดดู เมื่อครู่นี้ผู้อาวุโสจะยัดเยียดให้ท่านต้องโทษทรยศสำนักแล้ว หากไม่ใช่เพราะความเก่งกาจของยาพยัคฆ์เขายังจะช่วงชิงตำแหน่งเจ้าสำนักและไล่ครอบครัวของท่านออกจากสำนักไป! หากทำเช่นนั้นท่านเจ้าสำนักก็จะไม่สามารถช่วยท่านและคุณชายน้อยได้อีก! ได้โปรดท่านไตร่ตรอง…”ทันทีที่ชุ่ยชุ่ยนึกถึงความลุ่มหลงที่เยี