“ลำบากท่านประมุขจ่านแล้ว” เยี่ยนอวี๋พยักหน้าขอบคุณท่าทางไม่ใส่ใจว่าจะเป็นที่รักหรือที่ชังของเยี่ยนจื่ออวี๋เช่นนี้…เมื่อประมุขแห่งหอสัตว์บรรพกาลเห็น เขาก็ทึกทักไปเองอีกว่า หลานสาวผ่านเรื่องราวมามากมายตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้ขัดเกลาฝึกฝนจนมีจิตใจอันแข็งแกร่ง“เช่นนั้นข้าขอกลับก่อน นังหนูมีเรื่องอันใดก็มาหาข้าที่หอสัตว์บรรพกาลได้ทุกเมื่อ อย่าได้เกรงใจ” ประมุขแห่งหอสัตว์บรรพกาลพูดทิ้งท้าย ก่อนจะเดินตรงออกไปยังหอผู้อาวุโสด้วยความไม่สบายใจ เรื่องใหญ่โตเช่นนี้ ต้องรายงานเหล่าผู้อาวุโสสิ!เยี่ยนอวี๋เอาแต่อุ้มเด็กน้อยที่ยังคงหลับสนิท นางไม่ได้ใส่ใจเรื่องอื่นนัก หลังจากเหยียบย ่าเข้าไปในเรือนที่ ‘นาง’ เคยอยู่ตั้งแต่เล็กจนโต ความรู้สึกคุ้นเคยเหล่านั้นก็ทำให้นางคิดถึงเรื่องบางเรื่องทว่าในตอนนี้ จู่ๆ เจ้าตัวน้อยในอ้อมอกของนางก็ลืมตาขึ้น ทำเอานางตกใจจนตัวเกร็งไปหมด ไม่มีจิตใจครุ่นคิดอย่างอื่นแล้วเพราะว่า…นี่เป็นการลืมตาครั้งแรกของเจ้าตัวน้อยของนาง!ยิ่งไปกว่านั้น!
ดวงตาของเด็กน้อยช่างงดงามยิ่งนัก! ขาวดำแยกชัดเจน ขาวดั่งปุยเมฆ ดำวาวดั่งหินอัคนี ส่องประกายสดใส งดงามมากจริงๆ!“เนะ!”เจ้าตัวน้อยที่กำลังถูกมารดาจ้องมองอยู่นั้น ร้องเนะออกมาเบาๆมือน้อยๆ อวบๆ ที่ถูกพันอยู่ในผ้าห่อตัวก็พยายามดิ้นเพื่อเป็นอิสระชุ่ยชุ่ยสาวใช้ก็มองอย่างประหลาดใจ “นี่เป็นครั้งแรกเลยที่คุณชายน้อยร่าเริงเช่นนี้ ดูท่าคุณชายน้อยจะชอบ