เนื่องจากดื่มไปไม่น้อย สัมผัสทั้งห้าและปฏิกิริยา ในการตอบสนองถึงได้เชื่องช้า ในชั่วขณะนั้น เจียงจั้นจึงยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งเขา เริ่มได้สติ ไม่ต้องรอให้ความคิดแล่นผ่านสมอง กําปั้นของเจียงจั้นก็ต่อยเข้าที่ใบหน้าของหยางเซิ ่งไฉทันที
เจียงจั้นที่มึนเมาด้วยฤทธิ์สุราเผลอลืมสถานะของ อีกฝ่ายไปชั่วขณะ หมัดนั้นจึงมิได้ยั้งเลยแม้แต่ น้อย ทันทีที่หมัดประทับลงบนใบหน้านั้น หยาง เซิ่งไฉก็ร้องโอดครวญเสียงดัง มีโลหิตสีแดงเข้ม ไหลออกจากจมูก
เลือดอุ่นกระเซ็นเปื้อนบนใบหน้าและตามเนื้อตัว ของเจียงจั้น
เจียงจั้นยกมือขึ้นลูบหน้าตนเอง แค่คิดว่าเลือดนี้ พุ่งออกมาจากจมูกก็รู้สึกพะอืดพะอมทันที เขา จึงอ้าปากและอาเจียนรดหยางเซิ่งไฉ
หยางเซิ่งไฉไม่ได้ดื่มมากนัก เพราะเขาต้องรักษา ความตื่นตัวเอาไว้เพื่อจะได้ทําเรื่องสนุกกับชาย หนุ่มรูปงามตรงหน้า
สติสัมปชัญญะที่ยังครบถ้วนสมบูรณ์ทําให้เขามิ อาจทนกับกองอ้วกของอีกฝ่ายได้ หยางเซิ่งไฉ โยนความปรารถนาในตัวอีกฝ่ายออกไปแทบจะ ทันที และตะโกนเสียงดังว่า “พวกเจ้ายืนอึ้งอะไร
กัน ไฉนถึงยังไม่มาเอาตัวไอ้คนโง่นี่ไปทุบให้ตาย อีก!”
ชุยอี้ขว้างจอกสุราลงที่พื้น เช็ดปากพลางเอ่ยเย้ย หยันว่า “ควรทําเช่นนี้เสียตั้งนานแล้ว ต้องมานั่ง พูดเสียงเล็กเสียงน้อยกับคนอย่างมัน ช่าง สะอิดสะเอียนเสียจริง!”