กาลเวลาผันผ่านไปไวว่องราวอาชาสีขาววิ่งผ่านซอกแคบ ไม่ช้าไม่นานก็เริ่มเข้าเดือนเจ็ด
ความร้อนระอุในเมืองหลวงยังมิได้จางหายไปไหน ผู้คนตามท้องถนนที่เดินผ่านไปผ่านมาต ่างก ็โบกสะบัดอาภรณ์บนร่างที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อหากพิจารณาตามวันเวลาแล้ว ช่วงนี้กำลังเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วง
ท้องฟั้าช่วงฤดูใบไม้ร่วงแลโปร่งโล่งสบาย เมฆบางตากระจายอยู่เล็กน้อยเผยให้เห็นผืนฟั้าขนาดใหญ่ ลำแสงของดวงตะวันเจิดจ้าเสียยิ่งกว่าช่วงกลางฤดูร้อน เร้าให้อารมณ์ของผู้คนสดใสอย่างมิอาจอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ทว่าสภาพจิตใจของเจียงซื่อนับวันยิ่งหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ
การตายของพี่รองในชาติที่แล้วเป็นเหมือนก้อนหินขนาดมหึมาที่ถ่วงอยู่ในใจของนาง เมื่อวันเวลานั้นขยับเข้ามาใกล้ขึ้น นางก็ยิ่งรู้สึกว่าตนเองกำลังจะขาดอากาศหายใจอยู่รอมร่อ
ตั้งแต่สองสามีภรรยาหย่งชังปั ๋วจากไป นางก็มิกล้าผลีผลามทำสิ่งใดอีกเลย บทเรียนที่มิอาจลืมเลือนนี้สอนให้นางรู้ว่า การเปลี่ยนแปลงอย่างไม่ทันตั้งตัวอาจนำมาซึ่งความโชคร้ายที่มิอาจคาดเดา
เจียงซื่อจึงไม่กล้าเอาชีวิตของพี่ชายไปเสี่ยงเป็นอันขาด ทว่าหากลองเทียบกันแล้ว การฉุดรั้งไม่ให้พี่รองออกไปเล่นน้ำในวันที่เขากำลังจะเสียชีวิตในชาติก่อนยังมิสู ้นางปล่อยให้เหตุการณ์ดำเนินไปอย่างในชาติแล้ว และนางค่อยเข้าไปช่วยพี่รองในวินาทีที่วิกฤต
นางไม่สามารถตามติดพี่รองเป็นเงาตามตัวเพราะใครจะรู้ว่าหากห้ามมิให้ออกไปเล่นน้ำคราวนี