จิ ่งหมิงฮ่องเต้มีสถานะเป็นถึงประมุข และประมุขก็มิอาจทำตามอำเภอใจตนเอง นอกจากบรรดาองค์ชายแล้ว กับเหล่าขุนนางก็มิใช่ว่าใคร่จะให้รางวัลก็ให้รางวัล ใคร่อยากจะลงโทษก็ออกคำสั่งลงโทษ
แม้ว่าเขาจะรู้สึกเห็นใจคุณหนูผู้เคราะห์ร้ายอย่างไรก็มิอาจมอบรางวัลตามอำเภอใจ เพราะหากฝั่ายตรวจการชี้ความผิดในฐานหลงเสน่ห์สตรีเพศและหวังจะขยับขยายวังหลังจะทำเช่นไร
เมื่อขบคิดได้เช่นนั้น จิ ่งหมิงฮ่องเต้จึงหันมองหน้าลูกชาย ส่งยิ้มพลางบอก “จะว่าอย่างไรเขาก็เป็นลูกพี่ลูกน้องของเจ้า อย่าไปพูดให้เสียหายเช่นนั้นเลย”
ใบหน้าของอวี้จิ่นมิได้แสดงความรู้สึกใดๆ “ลูกว่าไปตามเหตุผล หาใช่เพราะสายเลือดเดียวกัน”
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผล หรือด้วยสายเลือด สุดท้ายแล้วก็ทำเพื่ออาซื่อทั้งนั้น จะช้าจะเร็วเขาก็ต้องคิดบัญชีกับคนชั่วอย่างจี้ฉงอี้แทนอาซื่อให้ได้
จิ ่งหมิงฮ่องเต้ถอนหายใจ “เจ้าน่ะ เหมาะจะทำงานกับเจินซื่อเฉิงแล้วล่ะ”
เป็นคนตรงไปตรงมาเช่นนี้ แม้แต่วาจารื่นหูยังพูดไม่เป็น ไม่เหมือนเชื้อพระวงศ์เลยสักนิด
ทว่าไม่ทราบด้วยเหตุผลใด ถึงแม้จิ ่งหมิงฮ่องเต้คร้านจะใส่ใจ แต่ลึกๆ ก็อดเป็นห่วงไม่ได้
“เจ้าทำงานได้ไม่เลว อีกหน่อยก็ทุ่มเทให้มากขึ้นออกไปได้แล้ว”
“ลูกทูลลาเสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ” แม้จะเดินออกนอกประตูวังไปแล้ว อวี้จิ่นก ็ยังคงงงงวยอยู่ว่าสุดท้ายแล้วตนถูกเรียกเข้าวังมาด ้วยสาเหตุใด
ชายหนุ่มหันหลังกลับไปมองกำแพงวังที่สูงตระหง่านอีกครั้ง นั