ยน์ตาสีนิลคู่งามหรี่ลงเล็กน้อยเนื่องจากแสงจ้าที่สาดส่องลงมา
พานไห่ขันทีอาวุโสเฝั้ามองภาพเบื้องหน้าด้วยความคิดที่ว่า องค์ชายเจ็ดที่กำลังเสด็จออกจากวังในขณะนี้แตกต่างไปจากองค์ชายเจ็ดในขณะที่เขาไปเชิญมาเข้าเฝั้าฮ่องเต้ แต่ครั้นจะให้บอกว่ามีสิ ่งใดแตกต่างออกไปกลับไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้
บางทีองค์ชายคงจะยังไม่คุ้นเคยกับกรอบธรรมเนียมของวังหลวงกระมัง
พานไห่กลับเข้าไปในวัง และรายงานฮ่องเต้จิ ่งหมิงว่าอวี้จิ่นกลับออกไปเรียบร้อยแล้ว
จิ ่งหมิงฮ่องเต้วางหนังสือบทละครที่บังหน้าลงและเหลือบมองไปที่พานไห่พลางถามขึ้นว่า “เจ้าว่าเยี ่ยนอ๋องเป็นคนอย่างไร”
พานไห่ตัวสั่น
เขาจะพูดวิพากษ์วิจารณ์องค์ชายได้ก็ต่อเมื่อเขาเสียสติไปแล้วเท่านั้น
“บ่าวมิค ่อยคุ้นเคยกับเยี ่ยนอ๋องจึงมิอาจกราบทูลได้พ่ะย่ะค่ะ”จิ ่งหมิงฮ่องเต้จ้องไปที่พานไห่ครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมา “เอาเถอะ เจ้าไปเถอะ”
อาจเป็นเพราะเขาเองก็ไม่ต่างอะไรกับเหล่าองค์ชายที่เกิดและเติบโตในวัง ฉะนั้นเมื่อได้พบกับอวี้จิ่นที ่เติบโตมาท ่ามกลางไพร่ฟั้าปราชาชนทั่วไปจึงยากจะเข้าใจความเป็นไปของเขา
เพียงแต่ว่าจิ ่งหมิงฮ่องเต้ก็มิทันรู ้ตัวเลยว่า หากมนุษย์เราเกิดความสงสัยใคร่รู้ในตัวอีกคนแล้วมักจะมีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจเกิดขึ้นตามมาด้วย
จำต้องรู้จักอดทนอดกลั้นให้มากขึ้นจึงจะสามารถรับรู้ได้ว่าอีกฝั่ายกำลังทำอะไรการกระทำของฮ่องเต้ผู้มีอำนาจสูงสุดสร้างควา