งพระนามเสียนเฟยเพื่อข่มขวัญ กลับต้องมาพบคมเขี้ยวของเจ้าสุนัขตัวใหญ่เสียเอง
หัวหน้าขันทีกลัวจนตัวสั่น เขารีบวิ่งกลับไปด้วยความอับอาย
เหล่าขันทีที่เหลือต่างก็กระจัดกระจายไปตามๆกัน
ในชั่วพริบตาความสงบก็กลับมาเยือน มีเพียงของกำนัลส่งแสงพร่างพราวที่ถูกกองทิ้งไว้ที่พื้น
เอ้อร ์หนิวเหยียบข้ามสิ่งของพวกนั้น และเดินเข้าไปคลอเคลียมืออวี้จิ่นที ่เดินมาเงียบๆ อย่างออดอ้อน
ใบหน้าเย็นชาของอวี้จิ่นปรากฏรอยยิ้มบางๆชายหนุ่มเอื้อมมือไปลูบหัวเอ้อร ์หนิวพลางบอก “ทำได้ดีมาก เดี๋ยวให้หลงต้านไปซื้อเนื้อวัวตุ๋นซีอิ๊วมาให้”
“โฮ่งๆ” เอ้อร ์หนิวเห่าอย่างพอใจ แล้วเดินเบียดเจ้านายเข้าไปแทะกระดูกของตัวเองต่อ
ใต้ร่มเงาของต้นไม้ กลิ่นหอมของเนื้อติดกระดูกในกะละมังโชยไปทั่ว เอ้อร ์หนิวเลือกกระดูกชิ้นที่ต้องตาที่สุดขึ้นมาแทะ หางใหญ่ๆ ของมันส่ายไปมาครั้งแล้วครั้งเล่า
อื ้ม ได้กินกระดูกเช่นนี้ หากมีนายหญิงอยู่ด้วยชีวิตของเจ้าสุนัขคงจะสมบูรณ์แบบ
หลงต้านหันไปมองของกำนัลที่กองอยู่ที่พื้นพลางหันไปมองสีหน้าเย็นชาของอวี้จิ่น และถามลองเชิงไปว่า “เจ้านาย ต้องการให้บ่าวเอาของพวกนี้ไปโยนทิ้งข้างถนนหรือไม่ขอรับ”
อวี้จิ่นยิ้มเยาะ “เหตุใดถึงต้องโยนทิ้ง ของดีก็เก็บไว้ใช้!”
เขาไม่เคยทำเรื่องโง่เขลาโดยการนำความโกรธเกลียดที่มีต ่อตัวบุคคลไปลงกับสิ่งของ
จะดีจะร้าย ล้วนแต่เป็นเรื่องของการกระทำ มิได้เกี่ยวข้องกับวัตถุสิ่งของ
เอ้อร ์หนิวก