เจียงซื่อเข้าใจสัญญาณมือเหล่านี้ของอวี้จิ่น และเพราะว่าเข้าใจว่าหมายความถึงได้รู้สึกราวกับว่าถูกเอ้อร ์หนิวทำร้ายจิตใจ ท้ายที่สุดแล้ว ในใจของเอ้อร ์หนิวนางก ็มิอาจสู้กระดูกสามกะละมังได้ เปล่าหรอก นั่นมิใช่ความผิดของเอ้อร ์หนิวมันเป็นตัวเลือกที่ยากลำบากที่อวี้ชีบีบบังคับให้เอ้อร ์หนิวต้องทำตามสัญชาตญาณเท่านั้น
ครั้นคิดมาได้ถึงตรงนี้ อารมณ์ของเจียงซื่อก็ดีขึ้นมากแล้ว
เมื่อมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นในจวนโหว ความครื้นเครงจากงานเฉลิมฉลองก็พลันหายวับเข้าไปในกลีบเมฆ ราวกับว่าท้องฟั้าที่เคยสดใส รวมถึงจวนทั้งหลังถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกหนาทึบบรรดาแขกเหรื่อที่มาร่วมงานก็พากันแยกย้ายกลับไป
เจียงอันเฉิงพาเจียงซื่อและพี่สาวไปกล่าวลาสองสามีภรรยาแห่งอี๋หนิงโหวและเดินออกจากจวนไป
รถม้าของจวนตงผิงปั ๋วและรถม้าของตระกูลจูจอดอยู่ในบริเวณเดียวกัน แต่เนื่องจากรถม้าจำนวนมากที่จอดอยู่ก่อนหน้านี้ทยอยกลับไปหมดแล้ว ทำให้ในบริเวณนั้นดูโล่งไปถนัดตา
เหล่าฉินยืนพิงกำแพงด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่สุงสิงกับผู้ใด คนขับรถม้าตระกูลจูพยายามชวนสนทนาหลายคราทว่าไม่สำเร็จ
ครั้นเห็นเจียงซื่อและคนอื่นๆ เดินมา เหล่าฉินก็รีบยืดตัวขึ้นตรงและไปยืนเฝั้าข้างๆ รถม้าจนปั ๋วทันที
เจียงอันเฉิงมองไปรอบๆ และถามขึ้นด้วยความสงสัย “ม้าล่ะ”
เหล่าฉินตอบ “คุณชายรองให้สหายขี่ม้าของนายท่านไปแล้วขอรับ”
“ไอ้ลูกเวร!” เจียงอันเฉิงโกรธจนตาแทบถลน
เจียงซื่อรีบบอ