แม้ช่วงนี้จะอยู่ในช่วงกลางคิมหันตฤดู แต่สายลมที่พัดผ่านมาจากทะเลสาบกลับเย็นยะเยือก ครั้นผู้คนได้ฟังคำให้การจากปากซูชิงเสวี ่ย พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงความเย็นวาบที่แผ่ซ่านกัดกินก้นบึ้งหัวใจ
ซูชิงเสวี ่ยคับแค้นใจเป็นที่สุด
ในตอนแรก ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความราบรื่นเพราะตอนที่นางเข้าไป พี่รองของนางอยู่เพียงลำพัง นางจึงไม่ต้องเสียแรงโน้มน้าว พี่รองของนางก็ยอมตามไปที่ศาลาเฉาหยางอย่างว่าง่าย
ถัดมาครู่หนึ่ง บ่าวรับใช้ที่ท่านแม่ใหญ่ส่งไปก็พาตัวเจียงซื่อมา นางพูดเย้าแหย่ไม่กี่ประโยค พี่รองของนางก็ตามติดเจียงซื่อแจ เพียงแต่นางนึกไม่ถึงว่า สาวรับใช้ของเจียงซื่อจะสามารถคว่ำพี่รองผู้มีร่างกายบึกบึนของนางลงกับพื้นได้ นางยังไม่ทันได้ตามคนมาช ่วย เจียงซื่อกลับหนีรอดไปเสียดื ้อๆ สิ่งที่นางนึกไม่ถึงกว่านั ้นคือ อี๋เหนียงจะไปที่นั่น นางไม่ทราบว่านางไปพูดอะไรกับพี่รองพี่รองถึงได้ปรี่ออกไปที่ริมทะเลสาบ และก้มหน้าลงไปเช่นนั้น
ต่อมา นางเห็นว่าอี๋เหนียงออกแรงผลักพี่รองจนตกน้ำไป
เพียงแค่ซูชิงเสวี ่ยหวนนึกถึงเหตุการณ์นั้น ชั่วอึดใจเดียวความกลัวก็แล่นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอของนางนางไม่คิดมาก ่อนว ่าอี๋เหนียงที่เสงี่ยมเจียมตัวในยามปกติจะกล้าทำเรื่องเช่นนั้น ในวินาทีนั้นนางเองก็กลัวแทบสิ้นลมไม่ต่างกัน หากท่านแม่ใหญ่ทราบว่าอี๋เหนียงเป็นคนทำร้ายพี่รองคงไม่มีทางปล่อยนางไปง่ายๆ!
ถึงนางอยากลงไปช่วย แต่นางว่ายน้ำไม่เป็น หรือต