่อให้นางว่ายน้ำเป็นก็คงไม่มีแรงฉุดร่างพี่รองขึ้นมาได้ ทว่าในจังหวะนั้นอี๋เหนียงยืนดูเหตุการณ์อยู่ที่ริมทะเลสาบตั้งแต่ต้นจนจบ รอจนร่างของพี่รองเริ่มจมลงไป อี๋เหนียงถึงจะยอมเดินออกมาจากตรงนั้น สิ่งเดียวที่นางทำได้คือหนีออกมาจากฝันร้ายนั้นให้เร็วที่สุด แล้วแสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นหลังจากเจินซื่อเฉิงฟังคำให้การจากซูชิงเสวี ่ยแล้วจึงถามขึ้นว่า “เหตุใดคุณหนูถึงไปอยู่กับคุณชายรองที่ศาลาเฉาหยางได้เล่า”
ซูชิงเสวี ่ยเหลือบมองโหยวซื่อแวบหนึ่ง
โหยวซื่อได้ฟังซูชิงเสวี ่ยเล่าว่าอี๋เหนียงฆ่าบุตรชายของตัวเองอย่างไร ใบหน้าแฉล้มของนางที่บิดเบี้ยวผิดรูปไปในตอนแรก บัดนี้กลับพลันเปลี่ยนเป็นนิ่งเรียบดังเดิม โหยวซื่อพยักหน้าให้ซูชิงเสวี ่ยเล็กน้อยจนคนรอบข้างไม่ทันได้สังเกตและฝังความจงเกลียดจงชังสองแม่ลูกคู่นี้ไว้ในใจชั่วคราว
ถึงแม้นางไม่อยากยอมรับ แต่ก็รู้แจ้งแก่ใจตัวเองเป็นอย่างดีว่า ในวันนี้คนที ่จบชีวิตเป็นเพียงลูกชายคนรองที่แสนจะโง่เขลา ต่อให้ปวดใจก็มิได้ถึงขั้นทุกข์ระทม แต่หากเปลี่ยนเป็นบุตรชายคนโตแล้วไซร้ เกรงว่านางคงเสียสติไปตั้งนานแล้ว
ซูชิงเสวี ่ยสงบสติอารมณ์พลางตอบ “บังเอิญเจอเท่านั้นเจ้าค่ะ พี่รองบอกว่าไม่มีใครเล่นเป็นเพื่อนถึงได้ลากข้าไปเล่นเตะขนไก่ด้วย แต่ข้าเกรงว่าคนผ่านไปผ่านมาจะมองไม่ดี จึงได้ชวนพี่รองไปเล่นในศาลาเฉาหยาง ผ่านไปครู่หนึ่งพี่เจียงซื่อก็มา ครั้นพี่รองเห็นนางก็ดีใจรีบวิ