่งออกไป ทีแรกข้าก็คิดว่าจะตามไป แต่ยังมิทันไร พี่เจียงซื่อก็รีบไปเสียก่อน หลังจากนั้น…”
ไม่ว่าจะอย่างไร นางก็มิอาจปริปากบอกเรื่องที่ท่านแม่ใหญ่กำชับนางให้แพร่งพรายออกไปได้เพราะมิฉะนั้นแล้ว หนทางเหลือรอดของนางคงมีเพียงความตายเท่านั้น
แท้จริงแล้วซูชิงเสวี ่ยรู้อยู่แก่ใจว่า การที่มารดาบังเกิดเกล้าของนางเป็นคนฆ่าลูกชายของท่านแม่ใหญ่ ต่อให้ตอนนี้นางไม่พูดเรื่องนั้นออกไป ชีวิตในภายภาคหน้าของนางก็มิอาจราบรื่นอยู่ดี แต่นั่นก็คงดีกว่าการต้องจบชีวิตลงเป็นไหนๆในขณะนั้นซูชิงเสวี ่ยได้แต่รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป หากนางไม่บอกเรื่องเจียงซื่อให้ท่านแม่ใหญ่ทราบ เรื่องทั้งหมดก็คงไม่เกิดขึ้น
ครั้นคิดได้เช่นนั้น นางจึงหันไปมองเจียงซื่ออย่างเสียมิได้
เจียงซื่อที่ยืนอยู่ข้างเจียงจั้นสังเกตเห็นว่าสายตาของซูชิงเสวี ่ยที่มองมาดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ถึงกระนั้นในนัยน์ตาของนางก็มิได้บ่งบอกความหมายใด ติดหนี้ย่อมต้องใช้หนี้ ในเมื่อซูชิงเสวี ่ยหมายจะทำร้าย ย่อมต้องชดใช้ในสิ่งที่ก่อแต่เรื่องนี้ก็ต้องดูว่ามีผู้ใดคอยบงการอยู่เบื้องหลังหรือไม่ เจียงซื่อเบนสายตาเหลือบมองไปที่โหยวซื่อเล็กน้อย การทำให้ผู้อื่นต้องสูญเสียเลือดเนื้อเชื้อไขถือเป็นกรรมหนัก
เจียงซื่อใคร่ครวญ ในชาติที่แล้วสาเหตุ ‘ปั่วยตาย’ ของซูชิงอี้ก็มิได้จบลงง่ายๆ เช่นนี้ เพราะหลังจากที่ซูชิงอี้ ‘ปั่วยตาย’ ไม่นาน นางก็ได้ยินว่ามารดาบังเกิดเกล้าของซูชิง