็นเรื่องบังเอิญ น้องสามเป็นพยานได้!”
ซูชิงอวี ่เห็นซูชิงเสวี ่ยเอ่ยชื่อนางออกมา แม้ในใจจะรู้สึกหงุดหงิด ทว่ากลับจำใจพยักหน้าลง “อื ้มข้ากับพี่รองเดินผ่านริมทะเลสาบไปด้วยกัน ตอนนั้นเห็นในทะเลสาบมีคนลอยอยู่ พวกเราต่างก็กลัวมากจึงรีบวิ่งหนี ผ้าเช็ดหน้าคงจะตกช่วงนั้นเพราะไม่ทันระวัง”
ซูชิงเสวี ่ยได้ยินซูชิงอวี ่พูดเช่นนี้ ร่างกายที่หดเกร็งก็ผ่อนคลายลง
เจียงซื่อถอนหายใจออกมา “น้องสามสามารถยืนยันได้แค่ตอนที่เดินผ่านทะเลสาบจวีสยาว ่าอยู่กับน้องรอง แล้วก่อนหน้านั้นล่ะ”
“ก่อนหน้านั้น?” ซูชิงอวี ่อึ้งไปครู่หนึ่ง
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของซูชิงอวี ่ เจียงซื่อก็รู้สึกตงิดใจ“ใช่ ก่อนหน้านั้นน้องสามอยู่กับน้องรองตลอดเลยหรือ ไม่เคยแยกกันเลยใช่หรือไม่”
ซูชิงอวี ่ถูกถามจนนิ่งไป พอรู้สึกตัวจึงหันมองไปที่ซูชิงเสวี ่ย
นางนึกออกแล้ว มีช่วงหนึ่งที่เหมือนกับว่านางจะไม่เห็นพี่รอง ตอนนั้นมีน ้องๆ ในตระกูลมาคุยกับนางพอดี นางจึงไม่ได้จับตาดู
ซูชิงเสวี ่ยริมฝีปากซีดขาวลงเล็กน้อย
“น้องสามคิดว่าคำถามนี้ไม่ตอบจะดีหรือ” เจียงซื่อถามเสียงเรียบ
นายท่านซูขมวดคิ้วมองซูชิงอวี ่ สีหน้านิ่งขรึม
ซูชิงอวี ่รู้สึกได้ถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามา ทำให้นางทำอะไรไม่ถูก
เจียงซื่อดึงสายตากลับมา มองไปที่เจินซื่อเฉิง “ใต้เท้าเจิน คำถามง่ายๆ เช่นนี้น้องสามกลับเลี่ยงไม่ตอบ ข้ารู้สึกว่าน ้องสามน่าสงสัยยิ่งกว่าน้องรองซะอีก…”
“ไม่ใช่นะ!” ซูชิ