จางอวิ๋นละสายตาจากทิศทางที่ศัตรูลึกลับหนีไป หันกลับมามองผลงานที่เหลืออยู่
ร่างของชายชุดดำคนแรกที่ถูกเขาซัดกระเด็นไปเมื่อครู่ยังนอนแน่นิ่ง ลมหายใจรวยรินดุจเปลวเทียนต้องลม แต่ยังไม่ถึงคราวชะตาขาด
เขาเดินเข้าไปหยุดยืนค้ำร่างนั้น มือกระชากผ้าคลุมหน้าออกอย่างแรง เผยให้เห็นใบหน้าวัยกลางคนที่มีโครงหน้าคมสันราวกับถูกมีดเหลา
“คุ้นหน้าหรือไม่?”
จางอวิ๋นเอ่ยถามโดยไม่หันไปมอง
สวีหมิงเดินเข้ามาเพ่งมองครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า สีหน้าฉายแววอาฆาต “ท่านอาจารย์… มันคือผู้อาวุโสเจ็ดของตระกูลหลิน! ส่วนอีกสองคนที่ถูกท่านบั่นคอไป คือผู้อาวุโสสามและผู้อาวุโสหกขอรับ!”
จางอวิ๋นผงกศีรษะรับรู้ สายตาเหลือบมองกระจกคริสตัลในมือที่ยังคงส่องแสงวูบวาบ “เล่าเรื่องตระกูลหลินให้อาจารย์ฟังหน่อยสิ…”
“ขอรับ!”
สวีหมิงสูดลมหายใจลึก ข่มความโกรธในอกแล้วเริ่มอธิบาย “ตระกูลหลินเป็นหนึ่งในสามตระกูลใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลแห่งเมืองหนานอวิ๋น ผู้นำตระกูล ‘หลินเทียนต้ง’ เป็นยอดฝีมือระดับหยวนอิง!”
“ภายใต้เขามีผู้อาวุโสหลักเก้าคน ทุกคนล้วนอยู่ในระดับจินตาน นอกจากนี้ยังมีข่าวลือหนาหูว่ามีผู้อาวุโสระดับสูงที่เก็บตัวบำเพ็ญเพียรอยู่อีกหลายคน ซึ่งก็น่า