จียงซื่อไม่มีเวลามาสนใจเรื่องเหล่านี้ได้และด้วยความที่แม่ของนางด่วนจากไปเร็ว ซูชิงซวงจึงไม่กล้าไปหานางที่จวนปั ๋ว จะว่าไปแล้ว ก็ไม่ได้พบหน้าลูกพี่ลูกน้องด้วยกันมาพักใหญ่แล้วเหมือนกัน
“ตอนนั้นข้าคิดไม่ตก รู้สึกอับอายผู้คน” เจียงซื่อหาข้ออ้างโดยไม่คิด
ซูชิงซวงกะพริบตา “แล้วตอนนี้ล่ะ ข้าว ่าสีหน้าของน้องสี่ดีขึ้นกว่าเมื่อตอนต้นปีที่เราได้พบกันอีก”
เจียงซื่อยิ้มเบาๆ “ตอนนี้ข้าคิดได้แล้วเจ้าค่ะ ไม่ควรไปคิดมากกับคนที ่ไม่คู่ควร เอาเวลานั่งจมปลักกับความทุกข์ มิสู ้เอาเวลาไปสนิทสนมกับพี่ๆ ยังจะดีเสียกว่า”ซูชิงซวงปรบมือ “น้องซื่อคิดถูกแล้วล่ะ”
หญิงสาวใส่ชุดสีชมพูที่นั่งอยู่ตรงมุมๆ หนึ่งขยับตัวเข้าไปใกล้สาวน้อยที่ใส่ชุดสีเขียวด้านข้างและพูดข้างหู “เจ้าสังเกตเห็นหรือไม่ พี่ซื่อของพวกเราคนนี้ไม่เหย ่อหยิ่งเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ทั้งยังพูดคำพูดสวยหรูเป็นอีกด้วย”
สาวน้อยชุดสีเขียวเบ้ปาก “มันน่าแปลกตรงไหนรึ นางชอบอวดสวย รักษาท่าทีสง่างามตั้งแต่เด็กหลังจากนั้นยังได้คู่สมรสที่ดีจากจวนอันกั ๋วกงจิตใจจะไม่สูงเสียดฟั้าอีกรึ ตอนนี้นางตกจากฟั้าลงมาแล้ว ก็ควรจะรู้สึกตัวบ้างแล้วล่ะ”
สาวน้อยชุดสีชมพูมีนามว่าซูชิงเสวี ่ย สาวน้อยชุดสีเขียวมีนามว่าซูชิงอวี ่ ซึ่งเป็นบุตรสาวสองคนของอนุภรรยาของเรือนเอก
ทั้งสองคนปกปิดอาการความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นอย่างระมัดระวัง แต่เผยสีหน้าออกมาจนได้
เจียงซื่อไม่อยากแม้แต่จะมอง