เจียงซื่อไม่ได้รับรู้ถึงความผิดปกติใดๆ จากคำพูดของเจียงอี หากจะถามต่อไปเรื่อยๆ ก็คงดูไม่งามจึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ข้ากำลังจะถามพี่ใหญ่พอดี วันนี้ไม่พาเยียนเยียนมาด ้วยหรือ”
เมื่อเอ่ยถึงลูกสาวสุดที่รัก เจียงอีก ็พูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนและความเสียใจออกมา “สองวันมานี ้เยียนเยียนท้องเสีย ก็เลยไม่ได้พานางมาด้วย”
เจียงอีแต่งงานเข้าไปอยู่ในตระกูลจูตั้งหลายปี มีลูกสาวเพียงหนึ่งคน ปัจจุบันอายุสามปี มีชื่อเล่นว่าเยียนเยียน
“เยียนเยียนไม่เป็นอะไรมากใช่ไหมเจ้าคะ” เจียงซื่อไม่กล้าปล่อยวางทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของเจียงอี จึงรีบเอ่ยถามขึ้น
ชาติภพที่แล้วนางมาร ่วมงานเลี้ยงเวลานี้ ในฐานะลูกสะใภ้ที่มีหน้ามีตาสง่างามไร้ที่ติของจวนอันกงกั ๋ว มีผู้คนล้อมรอบพูดคุยกับนางอยู่ไม่น้อยก็เลยไม่มีโอกาสได้คุยกับพี่ใหญ่มากนัก และไม่ได้สังเกตเลยว่านางพาหลานสาวมาด ้วยหรือไม่ พอคิดถึงตรงนี้ เจียงซื่อก็รู้สึกหงุดหงิดออกมาอย่างอดไม่ได้
ความเป็นห่วงจากน้องสาวทำให้เจียงอีรู้สึกอบอุ่นใจมาก จึงยิ้มอย่างอ่อนโยนพลางเอ่ยขึ้น “ไม่เป็นไร เด็กก็มักจะปั่วยเช่นนี้แหละ หมอบอกแล้วว่าเยียนเยียนมีพื ้นฐานร่างกายมี่ดี หากโตขึ้นจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง”
“ถ้าเป็นเช่นนั้นข้าก็สบายใจ” เมื่อได้ยินว่าเยียนเยียนไม่ได้เป็นอะไรมาก เจียงซื่อก็โล่งอกไปที
เมื่อครู่นางอดคิดไม่ได้จริงๆ ว่าจะเป็นเพราะเยียนเยียนปั่วยหนักรึเปล่าถ