พอซูชิงเสวี ่ยเห็นโหยวซื่อโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ก็ยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว เดินหมากตัวนี้แหละถูกแล้ว
หากว่ากันตามนิสัยของท่านแม่ใหญ่ แน่นอนว่าคงไม่เรียกน้องสามเข้ามาถามยืนยันหรอก อีกอย่างนางก็ไม่ได้บิดเบือนความจริง เดิมพี่ใหญ่ก็พาเจียงซื่อไปชมดอกไม้
เป็นอย่างที่ซูชิงเสวี ่ยคิดไม่ผิด ตอนนี้ในใจโหยวซื่อเต็มไปด้วยความโกรธ จึงไม่สงสัยสิ่งที่พูดเลยแม้แต่นิดเดียว
หัวอกแม่ทุกคนบนโลกใบนี้ ลูกชายของตัวเองดีที ่สุดแล้ว ฉะนั้นการที่มีสตรีน้อยใหญ่ถาโถมเข้ามาหาลูกชายจึงเป็นเรื่องปกติ ยิ่งไปกว่านั้นซูชิงสวินลูกชายคนโตของโหยวซื่อแห่งจวนอี๋หนิงโหวเป็นผู้ที่ยอดเยี่ยมมากจริงๆ แม้จะอยู่ในเมืองหลวงเขาก็โดดเด่นเป็นสง่า แตกต่างจากผู้อื่น
โหยวซื่อคลายความโกรธลงช้าๆ มองไปที่ซูชิงเสวี่ย “วันนี้เจ้าทำดีมาก บางคนทำเพื่อที่จะให้ตัวเองได้ขึ้นที่สูงจึงมีความคิดชั่วร้ายผุดออกมาพี่ชายของเจ้ายิ่งเป็นคนใจกว้าง โอบอ้อมอารี ไม่ปฏิเสธผู้ใด ต้องคอยจับตาดูอย่าให้ใครมาปองร้าย”
ซูชิงเสวี ่ยพยักหน้าเออออไปตามที่ท่านแม่ใหญ่พูด “ข้าก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน ท่านพี่โดดเด่นมีสง่าราศี ไม่รู้ว่ามีหญิงสาวหมายปองอยู่มากเพียงใด หากเป็นสตรีที ่เหมาะสมกันทั้งรูปร่างหน้าตาและฐานะก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเกิดถูกหญิงสาวที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าเข้ามายุ่งวุ่นวายคิดร้ายด้วยล่ะ…ข้าล่ะกลัวแทนพี่ใหญ่จริงๆ เจ้าค่ะ”
“แม้จะเป็นผู้ที่เหมาะสมกันทั้งหน้าตาและทรัพย์