สินเงินทองก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมกัน” ถึงโหยวซื่อจะพูดเช่นนี้ แต่น้ำเสียงที่พูดกับซูชิงเสวี ่ยกลับอ่อนโยนลงมาก
ท่าทีของท่านแม่ใหญ่ทำให้ซูชิงเสวี ่ยดีใจยกใหญ่อย่างไม่ต้องสงสัย นางจึงต้องก้มหน้าหลบตาลงเพื่อปิดบังความสุขในไว้
โหยวซื่อหลับตาลงครุ่นคิดพลางเอามือจับโต๊ะหินไว้
ซูชิงเสวี ่ยไม่กล้ารบกวน ได้แต่ยืนรอเงียบๆ
ท่านแม่ใหญ่ของนางท่านนี้ไม่ได้มีนิสัยโอบอ้อมดั่งเจ้าแม่กวนอิม นางไม่มีทางเชื่อว่าเจียงซื่อจะไม่โดนจัดการ
เมื่อซูชิงเสวี ่ยนึกถึงเจียงซื่อ ใบหน้าอันสวยงามก็เหยเกขึ้นมา
นางเกลียดเจียงซื่อที่สุด!
เป็นแค่ลูกพี่ลูกน้องชัดๆ เหตุใดถึงไม่อยู่ในเรือนของตนเอง มาพักค้างคืนที่จวนโหวบ่อยๆ ทำไมกัน ซึ่งนี่มันก็มากพอแล้ว ทว่าทุกครั้งที่มาก ็วางตัวเป็นใหญ่เสียยิ่งกว่านางที่เป็นบุตรหลานแห่งจวนโหวอีก และแม้แต่พี่ใหญ่ที่แต่ไหนแต่ไรมาทำตัวเฉยชากับน้องสาวคนนี้มาตลอดกลับปฏิบัติต่อเจียงซื่ออย่างใกล้ชิดสนิทสนม
ซูชิงเสวี ่ยนึกย ้อนไปเมื่อตอนเด็กที่พูดถากถางเจียงซื่อออกมาอย่างอดไม่ได้ ทว่าเจียงซื่อกลับพูดอย่างไม่แยแสออกมา “แม่ข้าเป็นลูกสาวแท้ๆของท่านยาย แม้ข้าจะเป็นลูกพี่ลูกน้องแต่ก็เป็นหลานสาวแท้ๆ ของท่านยายเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาพูดจาถากถางข้า”
เพียงแค่นึกถึงเรื่องนี้ซูชิงเสวี ่ยก ็โกรธจนตัวสั่น
ทำไมนางถึงกล้าตอบโต้ได้อย่างเต็มปากเช่นนั้นที่จวนโหวใช้แซ่ซูนะ ไม่ใช่เจียง!
เดิมเด็กทะเลาะก