จิ่งหมิงฮ่องเต้ทอดพระเนตรเหล่าบุตรชายที่คุกเข่าเรียงรายอย่างเงียบๆ ครู่หนึ่ง
ต้องให้เวลาพวกเขาคิดทบทวนตัวเองสักหน่อย!
องค์ชายทุกคนหยดเหงื่อเต็มศีรษะ อยู่ดีๆ เสด็จพ่อก็เรียกพวกเขามาทำอะไร ดูจากสถานการณ์แล้วคงไม่ได้เรียกมาชมเชยแน่ แต่พวกเขาไม่ได้ทำอะไรเลย อย่างมากก็แค่หัวเราะเยาะเรื่องที่เจ้าเจ็ดวิ่งไปฟั้องที่ศาลาว่าการพระนคร
ช่วงเวลาที่หัวใจของเหล่าองค์ชายเต้นตุบๆ จิ่งหมิงฮ่องเต้ก็ตรัสขึ้น “วันนี้พวกเจ้าทำอะไรมาบ้าง”
องค์ชายทุกคนมองหน้าซึ่งกันและกัน
เสด็จพ่อเอ่ยถามอย่างคลุมเครือเช่นนี้ มันน่าหวาดกลัวเสียจริง
พระเนตรของจิ่งหมิงฮ่องเต้ตกอยู่ที่องค์ชายใหญ่
องค์ชายใหญ่หัวเราะอย่างขมขื่นอยู่ภายในใจหนึ่งที ปริปากเอ่ยตอบอย่างรีบร้อน “ลูกอยู่ในจวนตลอดพ่ะย่ะค่ะ หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จก็ไปเดินที่สวน จากนั้นอ่านหนังสืออีกพักหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ”
จิ่งหมิงฮ่องเต้ทอดพระเนตรไปยังไท่จื่อ
“ลูกอยู่ในตงกงตลอดพ่ะย่ะค่ะ หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จก็ไปเดินที่สวน และอ่านหนังสืออีกพักหนึ่งเหมือนกัน…”
จิ่งหมิงฮ่องเต้พลันตรัสแทรก “นอกจากเรื่องเหล่านี้แล้ว ไม่ได้ทำเรื่องอื่นเลยหรือ”
หยดเหงื่อหนึ่งเส้นไหลจากหน้าผากของไท่จื่อลงไป… ไม่ขนาดนั้นหรอกกระมัง เขาเห็นนางกำนัลรูปงามคนหนึ่งที่สวนดอกไม้เมื่อตอนเช้า ก็เลยพานางไปหลับนอนที่พุ่มดอกไม้ เสด็จพ่อถึงกับต้องลงโทษครั้งใหญ่เชียวหรือ
“หืม?” เมื่อเห็นไท่จื่ออ้ำอึ้งไม่ตอบ จิ่งหม