ิงฮ่องเต้ขมวดคิ้ว
ไท่จื่อนึกถึงองครักษ์จิ่นหลิน จึงดับความคิดที่จะโกหก และกล่าวอย่างอู้อี้ “ลูก…พูดคุยความในใจกับนางกำนัลคนหนึ่ง…”
พรวด ไม่รู้ว่าใครกลั้นขำไม่อยู่ เหล่าองค์ชายก้มหัวต่ำกว่าเดิม
ความกริ้วของจิ่งหมิงฮ่องเต้ที่มีต่อเรื่องที่เจ้าเจ็ดถูกลอบฆ่าไม่ได้ตกอยู่ที่ไท่จื่อ อย่างไรเสียไท่จื่อก็เป็นองค์รัชทายาท และไม่มีส่วนร่วมกับการทะเลาะวิวาทในครั้งนั้น ยังไงก็ไม่มีเหตุให้ต้องลงมือกับเขา
แต่สิ่งที่คิดไม่ถึง ก็คือไท่จื่อมักมากในตัณหาถึงเพียงนี้!
จิ่งหมิงฮ่องเต้กลั้นความโมโหเอาไว้แล้วทอดพระเนตรไปยังองค์ชายสาม “เจ้าสาม เจ้าล่ะ”
พระมารดาขององค์ชายสามมีตำแหน่งต่ำ จึงทำให้เขากลายเป็นคนที่ระมัดระวังตัวมากเป็นพิเศษหลังจากได้ยินจึงทูลตอบ “ลูกพาฝูเกอเอ๋อร์ไปขี่ม้าในสนามซ้อมรบในจวนพ่ะย่ะค่ะ”
จิ่งหมิงฮ่องเต้เกิดความสนใจขึ้นมา “อื้ม ฝูเกอเอ๋อร์ขี่ม้าเป็นแล้วหรือ”
องค์ชายท่านอื่นแอบเบ้ปาก
เจ้าสามเก่งเรื่องเอาอกเอาใจ แต่เสียดายที่พระมารดาเป็นเพียงนางกำนัล ถึงจะพยายามอย่างไรก็ได้แค่นั้น
“เพิ่งหัดเรียนพ่ะย่ะค่ะ”
จิ่งหมิงฮ่องเต้พยักหน้า
มีคนน่าไว้ใจสักคนเสียที นอกจากไท่จื่อแล้วพระองค์ไม่ได้ตั้งความหวังกับลูกชายคนอื่นไว้สูงมาก ขอเพียงไม่เที่ยวก่อกรรมทำชั่วตามอำเภอใจโดยไม่หวั่นเกรงก็เพียงพอ จากนั้นจิ่งหมิงฮ่องเต้ถามองค์ชายสี่ต่อ ส่วนองค์ชายห้าได้เตรียมคำตอบไว้แล้ว แต่จิ่งหมิงฮ่องเต้กลับข้ามเขาไปแล้