เจินซื่อเฉิงโกรธจนหนวดเคราสั่นเมื่อเห็นบุตรชายวิ่งออกไปเร็วยิ่งกว่ากระต่าย
ลูกคนนี้ทำไมถึงไม่ได้สติสักทีนะ สายตาของเขาดีขนาดนี้ หญิงสาวที่เข้าตาเขาจะแย่ได้เพียงนั้นเชียวรึ
เจินซื่อเฉิงอดคิดถึงวันที่บุตรชายถามเขาว่าหญิงสาวที่เขาชื่นชอบมีข้อดีอะไร เขาตอบกลับไปอย่างไม่ลังเล “นางมีพรสวรรค์ด้านการไขคดีมาก”
มีข้อดีดีถึงเพียงนี้ แต่ลูกไม่เอาไหนกลับไม่ชอบเจินซื่อเฉิงนึกถึงสีหน้าของเจินเหิงหลังจากที่ฟังก็รู้สึกโกรธจัดพลางออกแรงดึงหนวดเครา
หรือว่าต้องให้เขาเอาข้อดีที่ไม่สำคัญอย่างเรื่องรูปลักษณ์ของแม่หนูนั่นออกมาพูดก่อน ความคิดตื้นเขินยิ่งนัก!
“ใต้เท้าขอรับ มีคนมาร้องทุกข์ขอรับ” เจ้าหน้าที่ราชการวิ่งมารายงานอย่างรีบร้อน
เจินซื่อเฉิงปรับคืนสีหน้าเป็นนิ่งเรียบ แล้วก้าวเท้ากว้างเดินออกไป
ในโถงศาล ระหว่างที่เจินซื่อเฉิงยังมาไม่ถึงเจ้าหน้าที่หลายคนพากันมองและซุบซิบชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงกลาง ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่มีประสบการณ์ แต่พวกเขาไม่เคยเห็นใครลากศพมาฟั้องต่อทางการจริงๆ
“ใต้เท้ามาถึงแล้ว!”
โถงศาลพลันเงียบสงัด
เจินซื่อเฉิงนั่งลงที่เก้าอี้ตัดสินคดีและมองออกไปเมื่อเห็นชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านล่างก็อดตะลึงไม่ได้
ชายหนุ่มคนนี้คือหนึ่งในกลุ่มหนุ่มสาวที่เขาบังเอิญพบที่วัดหลิงอู้
เมื่อคิดได้ว่าคุณหนูเจียงกับชายหนุ่มคนนี้รู้จักกันเจินซื่อเฉิงก็เข้าใจทันทีว่าสถานะของคนนี้ไม่ใช่คนร่ำรวยมีฐานะก็ต้องเป็นคนชนชั้