นสูง แน่นอนว่าสถานะเช่นนี้เมื่ออยู่ในเมืองหลวง มันเป็นเรื่องทั่วไป สำหรับเจินซื่อเฉิง มันก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกแต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจคือความบังเอิญที่เคยเกิดขึ้นเท่านั้น
เจินซื่อเฉิงดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว เขาทุบไม้ปลุกสติ “เปิดศาล”
ไม้พลองในมือของเจ้าหน้าที่เริ่มเคาะกับพื้น “เวยอู่[1]…”
เจ้าหน้าที่นายหนึ่งตะโกนขึ้น “บังอาจ อยู่ในโถงศาลยังไม่คุกเข่าลงอีก!”
อวี้จิ่นยิ้มอ่อน แล้วพูดกับเจินซื่อเฉิง “ใต้เท้าโปรดให้อภัยข้าด้วย ข้าไม่สะดวกที่จะคุกเข่าลงไป”
เจินซื่อเฉิงไม่ได้สนใจสิ่งนี้ จึงตอบหน้านิ่ง “ไม่เป็นไร เจ้าพูดมาเลยว่าเจ้าเป็นใคร มาฟั้องต่อทางการด้วยเรื่องอันใด”ราชวงศ์ต้าโจวให้ความสำคัญกับบุ๋นมากกว่าบู๊ ผู้มีชื่อเสียงในฐานะนักปราชญ์ไม่ต้องคุกเข่าเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ คุณชายตระกูลชั้นสูงไม่ยอมคุกเข่าให้กับเขาก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไร
แต่ว่าตอนนี้เจินซื่อเฉิงเริ่มสงสัยสถานะของฝั่ายตรงกันข้ามแล้วล่ะ โดยปกติแล้ว หากว่าคนตระกูลผู้ดีต้องการฟั้องทางการ ก็ไม่ถึงกับต้องให้เจ้านายมาที่โถงศาลด้วยตนเอง เจ้าหนุ่มนี่น่าสนใจไม่เบา
“เอ่อ คือว่า…มีคนลอบฆ่าข้า” อวี้จิ่นตอบกลับไปเรียบๆ
เจินซื่อเฉิงพลันยืดหลังนั่งตัวตรง สีหน้าเข้มขรึมขึ้นมาทันที “ลอบฆ่า?”
“อืม มีดที่แทงข้ายังอาบยาพิษด้วย”
เจินซื่อเฉิงมีความสนใจมากขึ้นกว่าเดิม “แล้วคนๆ นั้นหนีรอดไปได้หรือไม่?”
ลอบฆ่า อาบยาพิษ มันเพียงพอที่จะสรุปไ