สิ่งที่ทำให้หน่วยงานซานฝั่าซือแน่นจนจุกอกยิ่งกว่าก็คือ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก จำเป็นต้องทูลต่อฮ่องเต้หลายวันมานี้จิ่งหมิงฮ่องเต้ไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก พออากาศร้อน เดิมทีก็เป็นคนใจร้อนอารมณ์เสียง่ายอยู่แล้ว แล้วเหล่าพระสนมท้ายวังก็ไม่เคยหยุดหย่อน
เขาเพียงแค่ลงโทษเหล่าบุตรชายด้วยการจำกัดบริเวณเท่านั้น แต่ไม่ว่าจะเสด็จไปถึงพระตำหนักของพระสนมคนใด ก็ต้องพบเจอกับใบหน้าเศร้าหมองร้องห่มร้องไห้ มีใครไม่เบื่อหน่ายบ้างเล่ายิ่งไม่ต้องพูดถึงหยางเฟยที่ช่วงนี้ฮ่องเต้รักและเอ็นดูมากเป็นพิเศษ แต่เพราะการตายของพี่ชายนางจึงแสดงอาการไม่พอใจต่อฮ่องเต้อยู่เป็นประจำ
จิ่งหมิงฮ่องเต้เรียกตนเองว่าเป็นฮ่องเต้ที่ฉลาด ในวัยนี้เขาไม่มีความคิดจะคัดนางสนมเพิ่มอีก แต่ความอัดอั้นที่จุกอยู่ข้างใน ก็มักมีไฟอยู่หนึ่งก้อนที่ไม่มีที่ระบายออก
“ทูลฝั่าบาท ใต้เท้าสามท่านจากซานฝั่ามือมาขอเข้าพบพ่ะย่ะค่ะ” พานไห่เดินเข้ามาทูล
จิ่งหมิงฮ่องเต้โยนรายงานที่ดูได้ครึ่งหนึ่งพร้อมกับตรัสต่ออย่างไม่มีความกริ้วแต่ยังแฝงไว้ด้วยพลัง“ให้พวกเขาเข้ามาได้”
มาขอพบในเวลานี้ต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ เขามีประสบการณ์มาแล้วไม่นาน เสนาบดีกรมอาญา เจ้ากรมตรวจการฝั่ายซ้าย และขุนนางผู้บัญชาการศาลต้าหลี่ก็เดินเข้ามายังห้องทรงพระอักษรก่อนหลังตามลำดับ
“ขุนนางทั้งสามมีเรื่องใดจะรายงานรึ”
ทั้งสามคนมองหน้ากันและกัน จากนั้นเสนาบดีกรมอาญาเป็นฝั่ายทูลตอบ
จิ่งหมิ