ะกูลเซี่ยเอารัดเอาเปรียบแต่ตอนนี้ ดูเหมือนจะทำเรื่องเกินความจำเป็น
“เอาเถอะ ความคิดพวกนั้นก็อย่าไปคิดถึงมันอีกปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติแล้วกัน” ลุงจางเอ่ยเตือน
ปั้าสะใภ้เบ้ปากแต่ไม่ออกเสียง แต่เกิดความรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา นี่มันจับปลาไม่ได้ แต่มีกลิ่นคาวติดตัว
ภายในเรือนเจิ่นสยา สองพี่น้องตระกูลเซี่ยกับเจียงซื่อยังยืนอยู่ตรงลาน
“พวกเจ้าก็กลับไปเถอะ” เซี่ยอินโหลวกล่าวต่อบ่าวรับใช้ทุกคน
หลังจากที่บ่าวรับใช้ทุกคนเดินจากไป เขาจึงหันหน้าไปหาทั้งสองคนพร้อมกับเอ่ยถาม “พวกเจ้าตกใจหรือไม่”
เจียงซื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของฝั่ายตรงข้ามที่มองมา เหมือนว่าเปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย นางพยักหน้าหงึกๆ
เซี่ยชิงเหยาตอบ “ไม่เจ้าค่ะ แต่ได้ดูละครสนุกๆไปหนึ่งฉาก และทำให้ข้าได้ระบายความเกลียดชังที่มีอยู่ในใจออกไป”
เซี่ยอินโหลวมองเจียงซื่อ
เจียงซื่อรู้สึกงงงวยเล็กน้อย
พี่เซี่ยจะบังคับให้นางพูดออกมาให้ได้?
“ข้าก็ไม่ตกใจเช่นกัน”
เซี่ยอินโหลวมองเจียงซื่อด้วยแววตาที่ดูลุ่มลึกอย่างนิ่งๆ
ในเวลานั้น แม้แต่เซี่ยชิงเหยาก็รู้สึกถึงความผิดปกติ จึงเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อแทรกระหว่างสองคนนั้น
คนหนึ่งเป็นพี่ชาย อีกคนหนึ่งเป็นเพื่อนสนิทแม้ว่านางจะคาดหวังให้ทั้งสองคนได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่ในเมื่ออาซื่อเคยเปิดเผยแล้วว่าตัวเองไม่เหมาะสมกับพี่ชาย ฉะนั้น ช่วงเวลาก่อนที่อาซื่อจะเปลี่ยนใจ นางจะทำตัวเป็นแม่สื่อมั่วๆ ไม่ได้เ