อาสะใภ้แปดนวดหน้าที่โดนตบจนบวมและยิ้มเยาะเย้ย “ข้าจะไปรู้วิธีแก้ไขได้อย่างไร”
อาแปดเขม่นตาใส่หนึ่งที “นังคนโง่ จวนปัวที่เป็นเนื้อก้อนโหญ่ขนาดนี้ไม่มีคนปกปั้อง โอกาสดีเช่นนี้แล้วเจ้าจะปล่อยผ่านไปอย่างนั้นรึ”
“แต่ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว แล้วจะบีบบังคับให้ซื่อจื่อแต่งงานหรือไรเล่า”
อาแปดลูบไล้คางพร้อมฉายแววตาที่เต็มไปด้วยความโลภ “หากวิธีนี้ไม่รอดก็ค่อยหาวิธีใหม่ พวกสตรีอย่างเจ้ามักมีความคิดที่หลากหลายมิใช่รึยายแก่ ถ้าเจ้าใช้โอกาสนี้คุมตระกูลปัวไว้ได้ เจ้ายังต้องกังวลว่าพวกลูกชายจะหาเมียดีๆ ไม่ได้อีกรึ”
อาสะใภ้แปดหย่อนก้นนั่งลงแล้วยกน้ำชาที่เย็นแล้วขึ้นดื่มหลายอึก ส่วนความหวาดกลัวก่อนหน้านี้ นางได้โยนมันทิ้งออกไปไกลสุดขอบฟั้าแล้ว “ให้ข้าได้คิดก่อน”
จะทำอย่างไรถึงจะเข้าไปจัดการจวนปัวได้นะ ตาแก่พูดถูก โอกาสดีๆ เช่นนี้ถ้าปล่อยผ่านไป นางคงรู้สึกเสียดายไปตลอดชีวิต
อาสะใภ้แปดใช้สมองระดมความคิดอย่างสุดกำลังอาแปดรู้ว่าอาสะใภ้แปดเป็นคนคิดหาวิธีเก่ง เขาจึงอยู่เงียบๆ ดื่มน้ำชาไป พร้อมกับมองดูใบหน้าที่บวมแดงของอาสะใภ้แปดพลางรู้สึกหงุดหงิดใจเล็กน้อย
ข้าควรลงมือเบากว่านี้หน่อย
อาสะใภ้แปดพลันตบที่ขาเพียะ “ข้าคิดออกแล้ว!”
“เจ้าคิดออกว่าอย่างไร” อาแปดพลันรู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมา พร้อมกับวางถ้วยน้ำชาที่เห็นก้นถ้วยแล้วลงบนโต๊ะ
ชุดแก้วน้ำชาเคลือบขาวเขียนสีลายละเอียดเช่นนี้แค่หนึ่งชุดต้องใช้เงินจำนวนไม่น้