เกิดเรื่องน่าขันเช่นนี้ขึ้น หากบังคับให้เซี่ยอินโหลวแต่งงานยระหว่างที่เพิ่งไหว้ทุกข์ ไม่ว่าจะเป็นตระกูลเดียวกันหรือตระกูลท่านตาก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไหวที่ไหนอีก
ทุกคนแสดงอาการอึดอัด ราวกับทนอยู่ในพิธีศพต่อไปไม่ไหว
ความรู้สึกแน่นตึงของเซี่ยชิงเหยาถึงค่อยบรรเทาลง แต่ตรงกลางฝั่ามือกลับเปียกชุ่มไปด้วยหยดเหงื่อ
ด้านนอกนั้นมีน้ำฝนกำลังสาดเทลงมา มีลมฝนพัดเปั่าเข้ามายังด้านในจนผ้าขาวถูกลมพัดปลิวสะบัด
กลิ่นเฉพาะของกระดาษเงินกระดาษทองฟุั้งกระจายทั่วห้องโถงเซ่นไหว้ ราวกับว่ามีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น
ผู้คนต่างเริ่มหาข้ออ้างออกจากห้องโถง เพียงพริบตาเดียวห้องโถงก็เหลือเพียงพี่น้องตระกูลเซี่ยกับเจียงซื่อ
ยามน้ำฝนเทกระหน่ำเช่นนี้ ผู้มาร่วมไว้อาลัยแก่ผู้ถึงแก่กรรมไม่เดินทางมาแน่ ในห้องโถงจึงเหลือไว้เพียงความเงียบสงบเซี่ยชิงเหยากำลังมองดูพี่ชายพร้อมกับมีหยดน้ำตาไหลรินลงมา
เซี่ยอินโหลววางมือบนหัวไหล่ของเซี่ยชิงเหยา ไม่พูดสิ่งใด ความร้อนของกรอบตาเพิ่มขึ้น
เจียงซื่อเห็นสองพี่น้องทำท่าคล้ายว่ามีบางอย่างจะพูด พลางเอ่ยออกไปอย่างคนอยู่เป็น “ชิงเหยา ข้ากลับห้องก่อนนะ”
เซี่ยชิงเหยาคว้ามือเจียงซื่อไว้ “อาซื่อ เจ้าทำได้อย่างไร”
“อะไรนะ”เซี่ยชิงเหยาเก็บอาการตื่นเต้นไม่อยู่ “ฟั้าผ่าไงเล่าเจ้าทำได้อย่างไร”
เจียงซื่อแสดงสีหน้าประหลาด “ชิงเหยา เจ้าเข้าใจอะไรผิดหรือไม่”
เซี่ยชิงเหยาเหลือบมองเซี่ยอินโหลวหนึ่งทีอย่างฉับไ