ท้องฟั้าภายนอกเพิงเซ่นไหว้ศพ มีกลุ่มเมฆลอยสูงขึ้นเรื่อยๆ มันทะยานสูงขึ้นไปจนสุดขอบฟั้าเพียงพริบตาเดียวก็ฟุั้งไปทั่วนภา
ท้องฟั้ายังคงสว่างจ้า ผู้คนในเพิงเซ่นไหว้ศพไม่มีใครสนใจการเปลี่ยนแปลงนี้ ทุกคนล้วนจดจ้องไปไปที่อาสะใภ้แปด
อาสะใภ้แปดรู้สึกหวั่นใจเล็กน้อย จึงยิ้มออกมาพลางเอ่ยขึ้น “ต้องพูดอะไรหรือ”
รอยยิ้มนั้นขัดตาเซี่ยชิงเหยายิ่งนัก เด็กสาวทำหน้าเคร่งเครียด จากนั้นก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “พูดว่ามีแผนจะทำเพื่อพี่ข้าอย่างไร ฝั่ายหญิงมีอะไรดีบ้าง เมื่อครู่อาสะใภ้แปดยังกล้าพูดได้อย่างหน้าตาเฉยอยู่เลย ทำไมพอมาอยู่ต่อหน้าศพพ่อกับแม่ข้าถึงไม่รู้ว่าจะพูดอะไรล่ะ”
อาสะใภ้แปดแอบดึงเสื้อพลางเหลือบมองปั้าสะใภ้ “จิ้วไท้ไท่พูดก่อนเถอะ พวกเจ้าเป็นแขก”
ปั้าสะใภ้มองอาสะใภ้แปดอย่างเหยียดหยาม แล้วพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “จะแบ่งว่าเป็นหรือไม่เป็นแขกทำไมกัน พวกเราหวังดีต่ออินโหลวอยู่เต็มอก ไม่มีอะไรที่พูดไม่ได้ ชิงเหยา พี่รองดีกับเจ้ามาตั้งแต่เด็ก นางเป็นคนอย่างไรเจ้ารู้ดี ให้พี่รองแต่งเข้ามาฝั่าฝันอุปสรรคความลำบากไปกับพี่ชายเจ้าเป็นประสงค์ของท่านยาย พวกเจ้าคิดดูจะมีผู้ใดใส่ใจเขาได้ดีกว่าบุตรสตรีจากบ้านลุงอีกเล่า ไม่เหมือนบางคนหรอกที่พาสตรีไม่รู้หัวนอนปลายเท้าจากไหนไม่รู้มา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าดีหรือไม่ดีเอาแต่คิดจะดันเข้ามาอยู่ในจวนปัว…”
อาสะใภ้แปดได้ยินก็ไม่ยอม รีบพูดเย้ยทันที “จิ้วไท่ไท่พูดเช่นนี้ห