เซี่ยชิงเหยามองเจียงซื่อด้วยความสงสัย “อาซื่อเจ้ามีวิธีอะไร”
เจียงซื่อกระซิบบอกเซี่ยชิงเหยา
เซี่ยชิงเหยายิ่งทำหน้าประหลาดใจ “ทำเช่นนี้ได้หรือ”
“ลองดูก่อน หากไม่สำเร็จก็ค่อยคิดหาวิธีอื่นคนเราย่อมมีทางออกเสมอ”
เซี่ยชิงเหยาพยักหน้าเห็นด้วยอย่างแรง “ดีเช่นนั้นก็ลองดู”ทั้งสองฉุดกราชากลากถูพากันไปหาเซี่ยอินโหลวพอถึงหน้าประตูก็ได้ยินเสียงของสตรีนางหนึ่งดังออกมา “อินโหลว อาสะใภ้ไม่ทำร้ายเจ้าหรอกสตรีที่อาพูดถึงน่ะ รูปร่างหน้าตานิสัยความสามารถโดดเด่น เหมาะสมกับเจ้า”
เซี่ยชิงเหยาก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา พลางเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา “พี่ใหญ่ เวลานี้ท่านต้องอยู่ในห้องเซ่นไหว้ศพ แล้วเหตุใดท่านถึงมาอยู่ที่นี่ ข้าหาท่านตั้งนาน”
เมื่อเห็นน้องสาวกับเจียงซื่อ สีหน้าที่เคร่งเครียดของเซี่ยอินโหลวก็ผ่อนคลายลง แล้วเผยสีหน้าเก้อเขินออกมาเล็กน้อย
เดิมคิดว่าหากเขาไม่ตอบ พวกเขาจะหยุดพูดเรื่องไร้สาระไปเอง แต่ไม่นึกเลยว่าพวกน้องสาวจะได้ยินเข้า
เมื่อเห็นเซี่ยชิงเหยาเข้ามา สตรีนางหนึ่งขมวดคิ้วขึ้นแล้วรีบเผยสีหน้าอันอบอุ่นออกมา “เซี่ยชิงเหยา ผู้ใหญ่กำลังคุยธุระกัน เจ้าไปพักก่อนเถิด”
เซี่ยชิงเหยาทำหน้าไขสือมองไปที่เซี่ยอินโหลว“พี่ใหญ่ ตอนนี้ยังมีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่าการจัดงานศพท่านพ่อกับท่านแม่อีกหรือ”
เซี่ยอินโหลวลุกขึ้น สีหน้าเยือกเย็น “ไม่มีแน่นอน”พอเห็นเขากำลังจะไป สตรีนางหนึ่งก็รีบพูดขึ้น“อินโหลว เจ้าคิดผิดแล้ว นอ