องปั้าสะใภ้ จากนั้นก็เดินไปที่เพิงโลงศพ
ปั้าสะใภ้ไม่ยอมแพ้ รีบตามไปทันทีภายในห้องมีผู้อาวุโสหลายคนทั้งคนในตระกูลและญาติทางฝังมารดา รวมไปถึงท่านลุงและท่านอาแปดผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องของบิดาจากตระกูลเซี่ย
การแก่งแย่งเช่นนี้ หากให้บุรุษออกหน้าจะดูไม่ดีนัก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นความคิดของพวกเขา
“อาซื่อ…” เมื่อเห็นผู้คนหลั่งไหลเข้ามาในเพิงเซ่นไหว้ศพ เซี่ยชิงเหยาจึงสะกิดเจียงซื่อด้วยความกระวนกระวายใจ
เวลานี้เป็นตอนเที่ยงวัน จึงยังไม่มีคนเข้ามาในเพิงเซ่นไหว้ศพ ภายในเพิงเซ่นไหว้ศพจึงโล่งมากทว่าชั่วพริบตาเดียวผู้คนก็หลั่งไหลเข้ามาเต็มไปหมด
เจียงซื่อดีดนิ้ว มายาหิ่งห้อยบินไปทางอาสะใภ้แปดและปั้าสะใภ้อย่างเงียบๆ
เจียงซื่อส่งสายตาให้เซี่ยชิงเหยาเพื่อให้นางผ่อนคลาย
เซี่ยชิงเหยาตั้งสติ เอ่ยขึ้นเสียงดัง “อาสะใภ้แปดท่านพูดกับท่านพ่อและท่านแม่ของข้าก่อนเถิด”
อาสะใภ้แปดมองโลงศพสีดำขลับที่วางเรียงอยู่กลิ่นกระดาษเงินกระดาษทองที่ถูกเผาลอยโชยมาแตะจมูก รู้สึกว่าอากาศเย็นขึ้นกว่าตอนที่เพิ่งมาถึง
————————–
[1]คนเท้าเปล่าที่ไม่กลัวคนสวมรองเท้า เป็นสำนวนจีน หมายถึงคนที่ไม่มีอะไรจะเสียแล้วย่อมไม่กริ่งเกรงอันใดอีก