หย่งชังปัวมองสาวใช้อุ่นเตียงทั้งสองที่ไม่ได้จับตาดูมานาน ก็ระงับอารมณ์เอ่ยขึ้นว่า “นี่คือใต้เท้าเจินผู้ตรวจการศาลาว่าการ ใต้เท้าเจินถามอะไรพวกเจ้า พวกเจ้าก็ต้องตอบไปตามความจริง รู้หรือไม่”
ชุนเหมยสาวใช้อุ่นเตียงที่มีค่อนข้างอ่อนโยนมองหย่งชังปัวด้วยความละโมบ คุกเข่าคำนับเจินซื่อเฉิงกับหย่งชังปัว แล้วเอ่ยว่า “ทราบแล้วเจ้าค่ะ”ท่าทางอยู่ในกฎอยู่ในเกณฑ์
เฉาอวิ๋นไม่มองใครทั้งนั้น นางคำนับตามชุนเหมยด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ไม่ส่งเสียงใดออกมาสักคำ
“ทั้งสองพักอยู่ที่ใดหรือ” เจินซื่อเฉิงถาม
“ข้าน้อยพักที่เรือนด้านข้างฝังตะวันออกเจ้าค่ะ”คล้ายรู้ว่าเฉาอวิ๋นไม่อยากส่งเสียง ชุนเหมยจึงเอ่ยขึ้นเอง “ส่วนเฉาอวิ๋นพักที่เรือนด้านข้างฝังตะวันตก”
“เมื่อคืนวานพวกเจ้าเข้านอนยามใดหรือ”
“เพิ่งจะเข้ายามไฮ่[1]ข้าน้อยก็หลับแล้วเจ้าค่ะ”ชุนเหมยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันตัวเอง “เพราะไม่มีอะไรให้ทำ”
วันแล้ววันเล่า นานวันไป ทั้งไร้บุตรคอยอยู่เป็นเพื่อน และไร้บุรุษคอยปกปั้อง ไม่ให้นอนจะให้ทำอะไร
ชุนเหมยกำลังครุ่นคิด ก็ใช้หางตามองหย่งชังปัวอย่างอดไม่อยู่
ปีนั้นฮูหยินตั้งครรภ์ ได้ยินว่าจะเลือกสาวใช้อุ่นเตียงให้ท่านปัว นางแทบจะปรีดาเหลือแสนถึงแม้ว่าท่านปัวกับฮูหยินจะไม่อนุญาตให้สาวใช้อุ่นเตียงมีทายาทก็ตาม แต่นางก็ยังให้พ่อแม่ผลักดันเรื่องแต่งงานที่กำลังหารือกันอยู่ให้นางกลายเป็นสตรีของท่านปัวสมดังปรารถนา
ตอนสาวๆ มักจ