ว่าเซี่ยอินโหลวดูเปลี่ยนไปมากกว่าใครทั้งหมด
“นี่พวกเจ้าก็กำลังกลับจวนงั้นหรือ” เจียงจั้นเอ่ยถาม
เซี่ยอินโหลวตอบสั้นแค่คำเดียว “อือ”
“งั้นก็พอดีเลย ให้น้องสี่ของข้าเดินกลับไปพร้อมพวกเจ้าด้วยก็แล้วกัน พอดีข้ามีธุระต้องไปจัดการอีกนิดหน่อย”
เซี่ยอินโหลวไม่ได้ตอบโต้ เพียงแต่หันไปมองเจียงซื่อ
เซี่ยชิงเหยาเข้าไปเกาะแขนเจียงซื่ออย่างสนิทสนม “ดีจริงๆ เลย ข้ากำลังอยากไปนั่งเล่นกับอาซื่ออยู่พอดี อาซื่อ หากเจ้ามิได้มีเรื่องให้ต้องรีบกลับจวนก็ไปนั่งเล่นที่จวนข้าก่อนเถิด”
เจียงซื่อลังเลเล็กน้อย เซี่ยชิงเหยาจึงเขย่าแขนนาง “ไปเถอะ ไปเถอะ วันก่อนข้าอยากไปหาเจ้าที่จวน แต่ว่าที่จวนของเจ้า… ข้าจึงไม่กล้าไป…”
เจียงซื่อพยักหน้าตกลงอย่างจำยอม “ก็ได้ ทว่าข้าออกมานานแล้ว คงนั่งเล่นกับเจ้าได้แค่ครู่เดียว”“แล้วมันอย่างไรกัน จวนของพวกเราอยู่ติดกันให้อาหมานกลับไปแจ้งที่จวนก็สิ้นเรื่อง…” เซี่ยชิงเหยาคล้องแขนเจียงซื่อเดินไป
เจียงจั้นขยี้จมูกตัวเอง
เขายังไม่ทันเดินไปไหนเลย โดนลืมแล้วงั้นหรือ
“อินโหลว ฝากเจ้าดูน้องสี่ของข้าด้วยก็แล้วกัน”
“วางใจได้” เซี่ยอินโหลวหันหลังเดินกลับไป เขาเดินตามหลังเจียงซื่อและเซี่ยชิงเหยาโดยเว้นระยะห่างเอาไว้
เจียงจั้นถอนหายใจยาว
ครั้นมองดูทั้งสามเดินจากไป คนเป็นพี่ชายก็รู้สึกเบาใจ เขาจะได้ไปหาพี่อวี๋ชีต่อ…
เจียงจั้นถือโสมภูเขาราคาแพงไปที่ตรอกเชวี่ยจื่อ
อวี้จิ่นจัดการเหลียงผีกล่องนั้นจน