านี้เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้มาโดยตลอดแม้อยู่ต่อหน้าจิ่งหมิงตี้นางก็เคยล้มโต๊ะมาแล้วนับประสาอะไรกับยามนี้ที่ไม่มีคนนอกอยู่ด้วย
“น่าโมโหเสียจริง นึกไม่ถึงว่าเด็กปั่าเถื่อนนั่นจะบังอาจทำร้ายลูกชายข้า!”หนิงเฟยโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ นางในแต่ละคนก้มหน้าก้มตาอย่างระมัดระวัง ไม่มีใครกล้าเอ่ยสิ่งใดออกมา เพียงแต่รับฟังเสียงถ้วยชามกลิ้งหล่นลงพื้นไปอย่างนั้น
“เหตุไฉนฮ่องเต้ยังไม่เสด็จมาอีก” หนิงเฟยเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเวลาล่วงเลยไป
เมื่อได้ยินว่าลูกชายถูกทำร้าย หนิงเฟยก็รีบส่งคนไปเชิญจิ่งหมิงตี้ให้เสด็จมาทันที ซึ่งปกติยามนี้ก็น่าจะมาถึงแล้ว แต่ครานี้กลับไม่มีวี่แววใดๆ
ขันทีเอ่ยเสียงสั่นว่า “ขณะนี้ฮ่องเต้กำลังตรวจอ่านฎีกาอยู่พ่ะย่ะค่ะ ตรัสว่าหากเสร็จภารกิจแล้วก็จะเสด็จมาพ่ะย่ะค่ะ”“ว่าอย่างไรนะ” หนิงเฟยพรวดพราดลุกขึ้นและซอยเท้าเดินออกไปทันที
ตรวจอ่านฎีกาอะไรกัน นั่นมันข้ออ้างชัดๆ คงกลัวว่านางจะไปคิดบัญชีกับเสียนเฟยและเด็กปั่าเถื่อนนั่นล่ะสิ
นางไม่มีทางปล่อยเรื่องนี้ไปเฉยๆ ได้เพราะมิฉะนั้นอีกหน่อยใครๆ ก็คงกล้าเหยียบย่ำลูกชายนางอย่างแน่นอน
ฮ่องเต้ไม่เสด็จมา นางก็จะไปเอง!
ในห้องทรงพระอักษร จิ่งหมิงตี้กำลังพลิกดูตำราด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
เรื่องเหล่าโอรสก็ยังน่าเป็นห่วง เหล่าสนมเองก็คงไม่ลดลาวาศอกไปง่ายๆ ในช่วงเวลาสั้นๆ นั้นมีขันทีมากราบทูลให้เสด็จไปถึงสามสี่คนแล้ว
ในยามนี้เขาจึงแอบมาอ่านตำราคลายเครียด