อยู่ในห้องทรงพระอักษร เนื่องจากยังไม่พร้อมเผชิญหน้ากับความงอแงของบรรดานางสนม
พานไห่ย่องเท้าเดินเข้ามา แม้จะเห็นว่าฮ่องเต้กำลังคร่ำเคร่งกับการอ่านหนังสืออยู่ แต่ก็จำต้องเอ่ยขัดจังหวะว่า “ฮ่องเต้ หนิงเฟยเหนียงเหนียงเสด็จมาพ่ะย่ะค่ะ”มือของจิ่งหมิงตี้ที่ถือหนังสืออยู่สั่นเล็กน้อย เขาขมวดคิ้วพลางเอ่ย “ไปบอกว่าข้ากำลังยุ่ง…”
พูดยังไม่ทันจบประโยค สาวงามในอาภรณ์สีชาดของสตรีในวังก็พรวดพราดเข้ามา
จิ่งหมิงตี้รีบพับหนังสือลงพลางยัดเข้าไปในกองฎีกาจากเหล่าขุนนางก่อนจะยิ้มแห้งพลางเอ่ยว่า“อ้ายเฟย[1]มาได้อย่างไร”
“ฮ่องเต้ จิ่งเอ๋อร์ถูกตีหัวอย่างนั้น หม่อมฉันก็ต้องมาไหมเพคะ!”
“ยังดีที่ไม่เป็นอะไรมาก”หนิงเฟยทำหน้าหม่น “ไม่เป็นอะไรมาก? ฮ่องเต้นั่นศีรษะเชียวนะเพคะ มิใช่ส่วนอื่น ถึงจะดูเหมือนว่าไม่เป็นอะไรมาก แต่หากเป็นต้นเหตุให้เกิดโรคร้ายแรงล่ะเพคะ อีกอย่างดูแล้วหม่อมฉันว่าอาการหนักนะเพคะ หม่อมฉันได้ยินมาว่าโลหิตไหลท่วมใบหน้าของจิ่งเอ๋อร์เชียวนะเพคะ!”
“เอ่อ คนที่เลือดเต็มหน้าคือองค์ชายหก จมูกของเจ้าหกโดนเจ้าห้าต่อยจนเลือดออก” จิ่งหมิงตี้อาศัยจังหวะรีบอธิบายอย่างละเอียด
เสียงของหนิงเฟยชะงักไปก่อนจะเอ่ยต่อว่า “แต่อย่างไรเสียฮ่องเต้ก็ต้องลงโทษตัวก่อเรื่องให้สาสมนะเพคะ! เพราะที่องค์ชายห้า องค์ชายหกหรือองค์ชายองค์อื่นๆ ต้องบาดเจ็บก็เป็นเพราะมีคนนั้นเริ่มก่อนนะเพคะ เหตุใดฮ่องเต้จึงมิไตร่ตรองดูล่ะเพคะว่าแต่ไ