มโมโหจนตัวสั่น
“มารผจญ ตั้งแต่เกิดมา มีแต่สร้างปัญหาให้กับข้าและจังเอ๋อร์ โตปั่านนี้แล้วยังก่อเรื่องไม่หยุดหย่อน สงสารก็แต่จังเอ๋อร์ของข้าที่ยังคิดเผื่อว่าจะจัดงานฉลองให้กับเขา…”
เวลานี้ไม่มีคนอื่นอยู่ในห้องด้วย มีเพียงเสียนเฟยกับหมัวมัวผู้รู้ใจ
หมัวมัวเอ่ยเกลี้ยกล่อม “ใจเย็นๆ เพคะเหนียงเหนียง บ่าวว่า มันอาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้นะเพคะ”
“เรื่องดี?”
“เพคะ เหนียงเหนียงลองคิดดูนะเพคะ องค์ชายเจ็ดมีชันษาครบสิบแปดปีแล้ว อันที่จริงก็ถึงเวลาที่ควรได้พบหน้ากับฝั่าบาทแล้ว แต่ฝั่าบาทไม่แม้แต่จะเอ่ยขึ้นมา คนอื่นๆ ก็เลยไม่กล้าเอ่ยถึงตามไปด้วย แล้วฝั่าบาททรงงานยุ่งมาก จู่ๆ จะให้นึกถึงองค์ชายเจ็ดขึ้นมาได้อย่างไร ตอนนี้เป็นอย่างไรล่ะ ไม่ว่าวันนี้จะเกิดเรื่องหรือไม่ เวลานี้ฝั่าบาททรงจำองค์ชายเจ็ดขึ้นมาได้แล้ว”
เสียนเฟยหัวเราะอย่างเย็นชา “จำได้แล้วแล้วอย่างไรกันเล่า เจ้านั่นมันก็แค่สิ่งของตัวหนึ่งที่ดีแต่ก่อเรื่อง!”
“เหนียงเหนียงเพคะ ความตั้งใจของฉีอ๋องนั้นดีเพคะ ฮ่องเต้ทรงเข้าใจเป็นอย่างดี ถึงองค์ชายเจ็ดจะก่อเรื่องอีก ฝั่าบาทก็ไม่มีวันถือโทษมาถึงท่านอ๋องได้ ตอนนี้ฝั่าบาททรงจำองค์ชายเจ็ดได้แล้ว พระองค์ต้องแต่งตั้งให้เขาเป็นอ๋องตามกฎระเบียบเป็นแน่ พอถึงตอนนั้น ในอนาคตอาจเป็นสิ่งที่คอยช่วยเหลือท่านอ๋องได้นะเพคะ”
จากการเตือนของหมัวมัว ทำให้เสียนเฟยคิดตาม
องค์ชายเจ็ดก่อเรื่องเป็นการกระทำที่ตั้งใจใช่หรือไม่