พริบตาให้กับเจียงซื่อ
เจียงซื่อถึงกับมึนงง
ใต้เท้าเจินอายุปูนนี้แล้ว กลับแสดงสีหน้าเช่นนี้ออกมาได้ มันช่างน่าตกใจเสียจริง
“คุณหนู อย่ามองว่าข้าเป็นผู้ตรวจการของศาลาว่าการพระนครเลยนะ คิดเสียว่าเป็นสหายที่มีพรหมลิขิตต่อกันคนหนึ่งแล้วกัน บอกข้าทีว่าเจ้าทำได้อย่างไร”
การเปลี่ยนหัวข้อกะทันหันของคนตรงข้ามทำให้เจียงซื่อถึงกับปากกระตุก แต่ก็ยังแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง “ใต้เท้ากำลังพูดถึงสิ่งใดหรือ ข้าน้อยฟังไม่เข้าใจเลยเจ้าค่ะ”
เจินซื่อเฉิง “…” อายุปูนนี้แล้ว เขาอุตส่าห์แสดงท่าทางของคนโง่ออกมา แต่เหตุไฉนแม่หญิงคนนี้ถึงแล้งน้ำใจเพียงนี้กันนะ!
แววตาเจียงซื่อแวววับแฝงไปด้วยรอยยิ้ม
ไม่ว่าคนตรงข้ามคาดเดาไปอย่างไร หากต้องแกล้งโง่ ก็ต้องแกล้งโง่ต่อไปให้ถึงที่สุด
ยังดีที่ใต้เท้าเจินผู้นี้ ไม่ใช่คนที่จะบีบบังคับหญิงสาวคนหนึ่งเพื่อให้บรรลุถึงเปั้าหมายของตน
เจินซื่อเฉิงถอนหายใจหนึ่งเฮือกพลางเอ่ย “ช่างเถอะ บางทีข้าคงคิดมากไปเอง”
หากแสดงท่าทางของคนโง่ออกมาแล้วไม่สำเร็จก็ไม่รู้เหมือนกันว่าในภายภาคหน้า หากสนิทสนมกันแล้วนางจะบอกความจริงแก่เขาหรือไม่
สำหรับคนที่เคยชินกับการกุมทุกสิ่งเกี่ยวกับคดีไว้ในกำมือ ยามใดที่ประสบพบเจอกับเรื่องที่ไม่สามารถอธิบายได้นั้น มันช่างรำคาญใจเสียเหลือเกิน
เอ่อ จะว่าไปบุตรชายคนโตของเขาก็มีรูปลักษณ์พอใช้ได้ และใกล้จะกลับเข้าเมืองหลวงแล้ว บางที อาจให้พวกเขาได้รู้จักกันสักหน่อย
เจิ